ในวันที่คนไทยเริ่มดื่มกาแฟกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน หรือช่วงบ่ายเพื่อคลายง่วง ตลาดกาแฟกลายเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ทั้งแบรนด์เล็กและแบรนด์ใหญ่ต่างก็เร่งขยับตัวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งนี้
ท่ามกลางสมรภูมินี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Group กลับไม่ได้ลงสนามด้วยหมากตัวเดียว แต่เลือกที่จะส่ง Brand Portfolio กาแฟในมือถึง 12 แบรนด์ลงไปในตลาดนี้ด้วย
คำถามที่ตามมาคือ ทำไม CP ถึงต้องมีแบรนด์กาแฟ ถึง 12 แบรนด์? ทำไมไม่ทำแบรนด์เดียวแล้วขยายสาขาไปทั่วประเทศ?
หากมาดูแบรนด์กาแฟที่อยู่ในมือของ CP จะมี All Café, All café gold, All select, KUDSAN, Star coffee, Bellinee’s, TrueCoffee, TrueCoffee GO, Jungle Café, ARABITIA Café, Chester’s Coffee และ Beanie coffee
หัวใจสำคัญของการมีแบรนด์กาแฟมากถึง 12 แบรนด์ คือความพยายามในการเข้าถึงผู้บริโภคให้ครบทุกกลุ่มรายได้ กลยุทธ์ Brand Portfolio นี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ร้านกาแฟราคาเข้าถึงง่ายในร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงระดับพรีเมียมที่เสิร์ฟเมล็ดกาแฟหายาก ทำให้ร้านกาแฟภายใต้เครือCP สามารถแทรกเข้าไปอยู่ในทุกช่องทาง ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน ใกล้อาคารสำนักงาน ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบเกือบทุกเซ็กเมนต์ได้อย่างน่าสนใจ ลองมาไล่เรียงเจาะลึกถึงบทบาทของแต่ละแบรนด์ เริ่มตั้งแต่
- All Café แบรนด์เรือธงในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น เน้นกลุ่มลูกค้าระดับเริ่มต้นที่ต้องการความสะดวกและราคาคุ้มค่า
- All café gold แตกไลน์มาจาก All Cafe เจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม เน้นขายในเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาตามแหล่งท่องเที่ยว
- All select ยกระดับจาก All Café ด้วยสโลแกน “Specialty Moments” สื่อถึงความพิเศษและคุณภาพที่สูงขึ้น จับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ยังคงต้องการความสะดวก
- KUDSAN ขยับขึ้นมาสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่มากขึ้น เน้นการใช้เครื่องชงกาแฟแบบทำมือ และมีเบเกอรี่เป็นจุดขาย
- Bellinee’s Bake & Brew หรือกาแฟมวลชนที่ปรับโฉม จะมาตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมียม ด้วยการใช้กาแฟสดระดับพรีเมียมจากอิตาลี
- ARABITIA Café และ Jungle Café ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชอบความพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับ อยู่ในย่านทำเลที่มีคนเยอะ เป็นร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Coffee shop) ซึ่ง ARABITIA เน้นเปิดร้านในทำเลทอง เช่น โรงพยาบาล และ Jungle Café ขายใน Convenience Store เช่น Lotus’s go fresh
- Star Coffee และ Chester’s Coffee สองแบรนด์ที่เข้ามาเติม Ecosystem ให้กับธุรกิจร้านอาหารในเครือCP โดย Star Coffee อาจอยู่ในปั๊มน้ำมัน หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ส่วน Chester’s Coffee เป็นการเพิ่มทางเลือกเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่มาทานร้าน Chester’s
- TrueCoffee วางตำแหน่งเป็นคอมมูนิตี้ เน้นบรรยากาศที่เอื้อต่อการพบปะ นั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือ จึงเน้นทำเลไปที่อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัย หรือตามห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่าน
- TrueCoffee GO ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ เน้นบริการแบบ Grab & Go ทำเลจะอยู่ตามตึกออฟฟิศใจกลางเมือง
- Beanie coffee น้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปี กับรูปแบบ Specialty Cloud Café ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟสุดพิเศษจากเมล็ดกาแฟหลากหลายสายพันธุ์
ด้วยความหลากหลายของแบรนด์นี้เอง ทำให้ CP สามารถเลือกเปิดร้านกาแฟให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ได้ง่ายกว่าการใช้กาแฟแค่แบรนด์เดียวกันไปเปิดสาขาทั่วประเทศ
เบื้องหลัง 12 แบรนด์ ปูพรมเจาะทุกกำลังซื้อ ตรงจุดนี้คือการใช้ประโยชน์จาก “ดาต้า” ที่ได้จากเครือข่ายร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีสาขากว่า 15,430 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ ความถี่ในการใช้บริการ และความต้องการของผู้บริโภค ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจตลาดในแต่ละพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ทำให้ CP สามารถครอบคลุมตลาดได้อย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันก็สร้างจุดยืนที่ชัดเจนของแต่ละแบรนด์ได้
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญ แม้ว่า All Café จะเป็นแบรนด์เรือธงหลักของ CP แต่เทรนด์พฤติกรรมการดื่มกาแฟที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกาแฟคั่วกลางและคั่วอ่อนมากขึ้น นี่อาจเป็นโอกาสให้แบรนด์ในเครืออื่นๆ ที่วางตำแหน่งพรีเมียมกว่า ได้นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการนี้
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ความได้เปรียบด้านช่องทางจัดจำหน่าย ที่ CP ถืออยู่ในมือ ตั้งแต่ 7-Eleven, CP Freshmart ไปจนถึง Lotus’s ที่ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชนเล็กๆ จนถึงใจกลางเมือง สิ่งนี้เองที่ค่อยๆ ปลูกฝังให้ผู้บริโภคคุ้นเคย เปลี่ยนภาพจำจาก “ร้านกาแฟริมทาง” มาเป็น “กาแฟคั่วบด” ที่เข้าถึงง่ายและจับต้องได้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
สุดท้าย การมีแบรนด์กาแฟมากถึง 12 แบรนด์ของ CP เป็นการวางหมากเพื่อครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของผู้บริโภค ด้วยการใช้ Data เป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบแบรนด์และกำหนดราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับความได้เปรียบด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทำให้ CP สามารถสร้างอาณาจักรกาแฟที่ครอบคลุมได้เกือบทุกระดับ
ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นแบรนด์กาแฟที่ 13 หรือ 14 เข้ามาเติม Portfolio ของ CP ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นก็เป็นได้