หลังจากมีการออกข่าวมาพักใหญ่ๆ ว่าเคเอฟซีที่บริหารโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) จะมีการเปิดสาขาในโมเดลใหม่ ที่เปิดให้บริการในสถานีรถไฟฟ้า ล่าสุดก็ได้มีการเผยโฉมสาขาในรูปแบบดังกล่าวแล้ว โดยซีอาร์จี เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้
สาขาใหม่ที่ส่งเข้ามาทำตลาดนี้จะอยู่ในสถานีรถไฟฟ้า “MRT ลาดพร้าว” มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ระบบรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ในคอนเซ็ปต์เน้นความรวดเร็วและสะดวก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ โดยร้านรูปแบบใหม่นี้เน้น บริการซื้อกลับบ้าน และกลุ่มพนักงานออฟฟิศ พร้อมติดตั้ง Kiosk สำหรับสั่งอาหารแบบบริการตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยลด เวลารอคิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการทำตลาดที่สะท้อนจุดยืนของการเป็นร้านอาหารประเภท Quick Service Restaurant ของเคเอฟซี ได้เป็นอย่างดี

ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ รองกรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ พูดถึงเรื่องนี้ว่า เคเอฟซียังคงตอกย้ำจุดแข็งในฐานะ แบรนด์ที่มีมาตรฐานการให้บริการสูง ที่ไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนอง ความต้องการในทุกโอกาส โดยสาขา MRT ลาดพร้าว ถือเป็นครั้งแรกของเคเอฟซีที่เปิดร้านภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT
“การดีไซน์รูปแบบของร้านจะถูกออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความเร่งรีบ และคล่องตัวในชีวิตประจำวัน โดยเน้นบริการซื้อกลับบ้าน (Takeaway) และการใช้ Kiosk แบบ Self-Order เต็ม รูปแบบ เพื่อช่วยลดเวลารอคิว เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือกลุ่มพนักงานออฟฟิศ และผู้สัญจรในระบบรถไฟฟ้า ซึ่งแม้จะใช้พื้นที่ขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงคุณภาพ และความหลากหลายของเมนูได้ อย่างครบครัน เพื่อรักษาคุณภาพ และประสบการณ์ที่ดีที่สุดไว้เช่นเดิม”
สาขาในรูปแบบใหม่นี้ บอกถึงเกมรุกตลาดของเคเอฟซีอย่างไรบ้าง
คำตอบก็คือการรุกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นภาพของตลาดร้านอาหารประเภท QSR ได้เป็นอย่างดีว่า ร้านอาหารประเภท QSR เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Occasion Based ที่จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้สามารถเพิ่ม Occasion ในการบริโภค หรือเข้ามาใช้บริการในร้าน กลยุทธ์การทำตลาดของเคเอฟซี ส่วนหนึ่งจึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Occasion ในการ บริโภคไก่ทอดของลูกค้า

การเพิ่ม Occasion ในการบริโภคไก่ให้มีมากขึ้น จึงสำคัญกว่าการมองในเรื่องของการเพิ่มยอดขายต่อบิล ทำให้การ ทำตลาดส่วนหนึ่งของเคเอฟซีจะมุ่งไปที่การเพิ่มโอกาสในการใช้บริการของลูกค้า ซึ่งจะมีทั้งที่เป็นการใช้เรื่องของแบรนด์ การ ออกเมนูใหม่ๆ การทำโปรโมชัน การใช้กลยุทธ์ราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงการขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกความ ต้องการของลูกค้า
หากมองย้อนไปในจุดเริ่มต้นเข้าตลาดบ้านเราของไก่ทอดแบรนด์นี้ พบว่า ร้านเคเอฟซีสาขาแรกจุดชมวิว 2528 ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ตัวเลข ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 มีร้านเคเอฟซี 1,1 5 0 สาขาทั่วประเทศ บริหารแบรนด์และแฟรนไชส์ โดยบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และบริหารร้านเคเอฟซีโดยแฟรนไชซี่อยู่ 3 รายคือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) และ บริษัท เดอะ คิวอาร์ออฟเอเชีย จำกัด (QSA)
การมีสาขากว่าพันสาขาของเคเอฟซี ถือเป็นแต้มต่อในการแข่งขัน ทั้งการแข่งกับคู่แข่งในตลาดไก่ทอด และคู่แข่งที่ อยู่ในตลาด QSR ประเภทอื่นๆ โดยรูปแบบของสาขาที่มีหลากหลายโมเดลทั้งสาขาในมอลล์ สาขาสแตนด์อะโลน สาขาแบบ ไดรฟ์ ทรู สาขาในปั๊มน้ำมัน และสาขาในรูปแบบคีออส ที่มาในโมเดล “Quick & Easy” ที่เคเอฟซีเปิดให้บริการไปแล้ว อาทิ สาขาแถวท่าวังหลัง และสาขาในสถานี MRT ลาดพร้าว เป็นต้น

แต่ละโมเดลของร้านจะเข้ามาตอบโจทย์ และช่วยเพิ่ม Occasion ในการบริโภคไก่ทอดเคเอฟซีที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนั่งทานในร้าน เดลิเวอรี่ และ Takeaway โดยตัวเลขที่เคเอฟซีเคยให้ไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า การใช้บริการของลูกค้า เคเอฟซีในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็นการซื้อผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ 25% นั่งทานในร้าน 35% และเทกอะเวย์ 40%
การมองถึงการเพิ่ม Occasion ในการบริโภคไก่ทอดเคเอฟซีจะมีการมองว่าจะเพิ่ม Occasion ผ่านช่องทางขาย แบบไหน โดยมองถึงโอกาสและไลฟ์สไตล์การบริโภคของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลาว่าจะรุกเข้าไปเพิ่มโอกาสในการใช้บริการ ได้อย่างไร
โดยการเลือกโมเดลร้านในการเปิดแต่ละโลเคชันนั้นจะมองถึงกลุ่มลูกค้าในย่านนั้นๆ รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ประจำวันของพวกเขาด้วย ซึ่งการมีโมเดลร้านที่หลากหลายนี้ถือเป็นอีกข้อได้เปรียบในการแข่งขันอย่างหนึ่ง
ผู้บริหารของซีอาร์จี เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ซีอาร์จีเองมีการพัฒนาโมเดลร้านใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยร้านในรูปแบบ ใหม่ๆ จะเข้ามาเพื่อมาตอบสนองความสะดวกสบายของลูกค้าและการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น (Easy and Convenience) เช่น โมเดล พาร์ค แอนด์ โก (Park and Go)
อีกทั้งยังมองหาพื้นที่ใหม่ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจเดลิเวอรี่และออมนิแชนแนล และจะตอบโจทย์การขยายเวลาการ ให้บริการ (Operating Hour) เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ทานดึก ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยเพิ่มการเติบโตของ ธุรกิจเคเอฟซีได้

เหมือนกับในครั้งนี้ การเปิดสาขาในรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าว ที่มองถึงการเพิ่ม Occasion ในการบริโภคไก่แบบ Takeaway ที่น่าจะแมตช์เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบเร่งรีบของคนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมีการใช้ Kiosk แบบ Self-Order เต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดเวลารอคิว เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ
เป็นการเข้ามาช่วยเพิ่ม Takeaway Occasion ได้เป็นอย่างดีทางหนึ่ง ซึ่งเคเอฟซีเองมีการร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็น แฟรนไชส์ในการพัฒนาโมเดลของสาขาในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยหนึ่งในการเพิ่ม Occasion ในการใช้บริการใน แต่ละช่องทาง
ปัจจุบัน สาขาของเคเอฟซีจะรองรับลูกค้าได้ประมาณ 4-5 หมื่นคน แล้วแต่ความหนาแน่นของแต่ละโลเคชัน จาก ตัวเลขที่มีอยู่ยังมีแนวโน้มที่จะขยายการเติบโตได้อีก นั่นคือเหตุผลที่ยังคงมีการลงทุนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่า เราคงได้เห็นโมเดลสาขาในรูปแบบใหม่ๆ ถูกพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเข้ามาเป็น ตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มโอกาสการบริโภคไก่ทอดของคนไทยนั่นเอง....