Big Mountain Music Festival กำลังจะครบรอบ 15 ปีของการจัดงานในปีนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เทศกาลดนตรีแห่งนี้ได้สร้างปรากฏการณ์และพัฒนาการที่น่าสนใจมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย
ป่านแก้ว สัตยาวุฒิพงศ์ Vice President-Showbiz Promoter จาก GAYRAY ซึ่งเป็นแม่งาน Big Mountain กล่าวว่า ในปีนี้ Big Mountain Music Festival เตรียมฉลองครบรอบ 15 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการขนศิลปินมาแสดงในเทศกาลกว่า 120 ศิลปิน ตลอดระยะเวลา 2 วันของงาน
"ปีนี้ทีมงานมีการจัดไลน์อัพศิลปินออกเป็นหลายเวทีเหมือนเดิม โดยแยกเป็นหลายธีมเพลง ตามวันเสาร์-อาทิตย์ โดยแต่ละเวทีจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันในแต่ละวัน เพื่อนำเสนอความหลากหลายของศิลปิน ซึ่งมีตั้งแต่ศิลปินระดับตำนาน ไปจนถึงศิลปินหน้าใหม่ รวมถึงมีเวทีใหม่ที่ดูแลโดยศิลปินยอดนิยม และการแสดงโดรนอันตระการตาด้วย"
ป่านแก้วเล่าเพิ่มเติมว่าตลอด 15 ปีที่ผ่านมา Big Mountain มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีหัวใจสำคัญคือ การส่งมอบประสบการณ์ที่มาจากการเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมงาน เช่นในปีแรกๆ ทีมงานมีการทำถนนลาดยางให้ แต่จากการสังเกตว่าผู้คนมักเดินบนสนามหญ้ามากกว่าถนนลาดยาง ทีมงานจึงปรับผังงานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้คน
“ในยุคปัจจุบัน Big Mountain ให้ความสำคัญกับประสบการณ์คนดูควบคู่ไปกับไอเดียและความสนุกสนาน ดังนั้นการจัด Master Plan จึงไม่ได้คำนึงแค่ความสวยงามของเวที แต่ต้องมองรวมไปถึงการไหลเวียนของผู้คน, จุดเข้าถึงห้องน้ำและร้านอาหาร, และการจัดการระบบเสียงเพื่อไม่ให้ตีกัน
Big Mountain พยายามรักษาความไม่ตกยุค โดยเปิดกว้างและไม่ปิดกั้นกระแสดนตรี แฟชั่น หรือไลฟ์สไตล์ต่างๆ ทำให้งานนี้สามารถรวมผู้คนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบการแคมป์ปิ้งสบายๆ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการเต้นหน้าเวทีหมอลำ”

GMM SHOW มีความตั้งใจที่จะจัด Music Festival ของตัวเองเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดย "ป๋าเต็ด" ยุทธนา บุญอ้อม Senior Executive Vice President - Showbiz GMM SHOW บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ผู้มีประสบการณ์ในวงการ Music Festival มองว่าการมาทีหลังในตลาดที่มีผู้เล่นอยู่แล้ว จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างและโดดเด่น เป้าหมายจึงถูกกำหนดให้เป็น "เทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย"
ความใหญ่ในที่นี้ไม่ได้จำกัดแค่ขนาดพื้นที่ แต่รวมไปถึงจำนวนศิลปินและเวทีการแสดงที่มากขึ้น ซึ่งจากแนวคิดนี้ได้นำมาสู่การจัดงานเทศกาลดนตรีที่คนรักดนตรีสามารถมาดูคอนเสิร์ตได้ถึง 2 วัน และกลายเป็น Camping Festival ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในเวลาต่อมา
ความตั้งใจของ GMM SHOW นั้นต้องการให้ Big Mountain เป็น Local Music Festival ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมเพลงไทยอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้ Big Mountain Music Festival เป็นเทศกาลดนตรีท้องถิ่นที่มีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเท่าเทศกาลระดับโลก แต่คนทั่วไปยังสามารถเข้าถึงได้ โดยที่ผ่านมามีการวางราคาบัตรอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 2,000 บาท ซึ่งถือว่าถูกมากสำหรับการดูศิลปิน 120 คน 2 วัน 2 คืน
ด้วยความหลากหลายของแนวเพลงและเวที Big Mountain จึงสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าที่เติบโตมาพร้อมกับงานได้ โดยยังคงมีศิลปินและวงดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นเวที T-Pop ที่นำเสนอศิลปินรุ่นใหม่ หรือเวที Retro ที่ยังคงดึงศิลปินเก่าๆ มาร่วมแสดง

ป่านแก้ว เล่าว่าตลอดระยะเวลา 15 ปี Big Mountain ไม่เพียงแต่เป็นเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงานและรายได้ให้กับคนในพื้นที่ โดยกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม เช่น โรงแรม, ที่พัก, ขนส่ง, ร้านอาหาร, และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 2,200 ล้านบาท
Big Mountain จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของเทศกาลดนตรีไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่น
สำหรับงาน Big Mountain Music Festival ในปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 6 - 7 ธันวาคม 2025 ที่ดิโอเชี่ยน เขาใหญ่ และจะเปิดขายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 - 7 กันยายนนี้