BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
573
VIEWS

Ford ทิ้งสายการผลิตของ Henry Ford สร้างระบบการผลิตใหม่สำหรับ EV ราคาประหยัดในอเมริกา

ส.ค. 12, 2568 P.Patikom
Ford ผู้ผลิตรถยนต์ระดับแมสรายแรกของโลกที่ Henry Ford เป็นผู้ก่อตั้ง ได้ยกเลิกสายการผลิตเดิมที่ Henry Ford ริเริ่มขึ้นเมื่อกว่า 112 ปีที่แล้ว โดยเปลี่ยนเป็นโรงงานผลิต EV 

บริษัทกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2025 (เวลาสหรัฐ) ว่า "บริษัท Ford จะลงทุน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเปลี่ยนโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี้ สหรัฐอเมริกา ให้กลายเป็นโรงงานผลิต EV ราคาประหยัดรุ่นใหม่ โดยเริ่มจากรถกระบะขนาดกลางที่มีราคาเริ่มต้น 30,000 เหรียญสหรัฐ และมีกำหนดเปิดตัวในปี 2027"

Jim Farley ซีอีโอของ Ford กล่าวถึงระบบการผลิตใหม่ว่า "เรากำลังเดิมพันด้วยสายการผลิต EV และการลงทุน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ"

“โครงการนี้ไม่มีอะไรรับประกันได้” Farley กล่าวระหว่างการถ่ายทอดสดจากโรงงานในรัฐเคนตักกี้ “เรากำลังทำสิ่งใหม่ ๆ มากมาย ผมไม่สามารถบอกคุณอย่างแน่นอน 100% ว่า ทุกอย่างจะออกมาดี มันเป็นการเดิมพัน มีความเสี่ยง”

Farley เชื่อว่านี่เป็นการเดิมพันที่คุ้มค่าที่จะลงทุน แผนก EV ของบริษัทรายงานผลประกอบการ ขาดทุนประมาณ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 และยอดขาย EV สองรุ่นหลัก ได้แก่ F-150 Lightning และ Mustang Mach-E ก็กำลังลดลง

การเดิมพันนี้ Ford เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อนกับทีมงาน Skunkworks ประมาณ 500 คนในแคลิฟอร์เนีย นำโดย Alan Clarke อดีตผู้บริหารของ Tesla และเต็มไปด้วยบุคลากรมากความสามารถ จากบริษัท EV ต่าง ๆ เช่น Tesla, Rivian, Lucid Motors, และ Apple, ทีมงานดังกล่าวได้พัฒนาระบบการผลิตใหม่ และแพลตฟอร์มพื้นฐานสำหรับรถยนต์ที่จะนำไปใช้ในโรงงานที่หลุยส์วิลล์

ผลลัพธ์สุดท้ายคือสิ่งที่ Ford เรียกว่า "ระบบการผลิตแบบสากล" ซึ่งเปลี่ยนระบบการผลิตแบบสายพานลำเลียงเดี่ยว (Single conveyor line) ให้กลายเป็นโครงสร้างการประกอบรถยนต์แบบต้นไม้สามกิ่งสาขา (Three-branched assembly tree)
         
Ford ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม EV แบบสากลที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium iron phosphate) โดยใช้เทคโนโลยีที่ได้รับอนุญาต (License) จากบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ CATL ของจีน และผลิตที่โรงงาน BlueOval Battery Park แห่งใหม่มูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรัฐมิชิแกน โรงงานแห่งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2026 และจะจ้างพนักงานรายชั่วโมง 1,700 คน

แพลตฟอร์ม EV ใหม่จะประกอบด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมอัลลอยแบบชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ที่ใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ามาก และจะทำให้สามารถประกอบส่วนหน้าและส่วนหลังของรถแยกกันได้ใน 2 สาขาของโครงสร้างการประกอบรถยนต์แบบต้นไม้สามกิ่งสาขา (Three-branched assembly tree) และสาขาที่ 3 อาจเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งเป็นส่วนแบตเตอรี่เชิงโครงสร้าง (Structural Battery) คือแบตเตอรี่ที่ผสานการทำงานของการเก็บพลังงานและโครงสร้างทางกลไกเข้าด้วยกัน ที่จะถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันกับ เบาะนั่ง คอนโซล และพรมปูพื้น โดยส่วนประกอบทั้ง 3 ส่วนจะประกอบเข้าด้วยกันที่ปลายสายการผลิต เพื่อประกอบเป็นรถยนต์

ผลลัพธ์ที่ได้คือ EV ที่มีชิ้นส่วนน้อยลง 20% รวมถึงท่อและข้อต่อระบายความร้อนที่ลดลง 50% และตัวยึดที่ลดลง 25% ตามข้อมูลของ Ford

EV รุ่นแรกที่ออกจำหน่ายจะเป็นรถกระบะขนาดกลางที่มีขนาดใกล้เคียงกับ Ford Maverick แต่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกว่า

บริษัทกล่าวว่าแพลตฟอร์ม EV จะผลิตได้เร็วขึ้น 15%

ฟอร์แมตใหม่และแพลตฟอร์ม EV ที่เกี่ยวข้อง จะเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของโรงงานในหลุยส์วิลล์ และลดจำนวนพนักงานที่ทำงานอยู่ที่นั่น การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะส่งผลสะเทือนไปถึงซัพพลายเชนในวงกว้างด้วย ซึ่ง Clarke กล่าวว่า "ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งนี้จะช่วยรักษาตำแหน่งงานของชาวอเมริกันไว้"

Ford มีพนักงานรายชั่วโมงประมาณ 2,808 คน ณ โรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองหลุยส์วิลล์ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตรถยนต์ Ford Escape และ Lincoln Cosair การผลิตรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี 2025 นี้ ก่อนที่ Ford จะเริ่มปรับปรุงโรงงานและเปลี่ยนไปผลิต EV รุ่นใหม่ และในที่สุดโรงงานแห่งนี้จะมีพนักงานรายชั่วโมง 2,200 คน ซึ่งน้อยกว่าปัจจุบันถึง 600 คน

โฆษกของ Ford กล่าวว่า "ทางบริษัทได้เสนอโครงการจูงใจพนักงานเกษียณอายุพิเศษ หากพนักงานน้อยกว่า 600 คนเลือกรับข้อเสนอเกษียณอายุก่อนกำหนด พวกเขาจะได้รับข้อเสนอให้ไปทำงานที่โรงงานอื่น"

การลดจำนวนพนักงานและการเพิ่มระบบอัตโนมัติ “อย่างมีนัยสำคัญ” อาจนำไปสู่การประท้วงจากสหภาพแรงงานยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา (United Auto Workers - UAW) แต่ Clarke กล่าวว่า Ford ทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ต้น และ “มีความเห็นพ้องต้องกัน”

ตัวแทน UAW หลายคนได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งพวกเขากล่าวว่า จะช่วยลดการบิด หมุน และก้มตัวที่จำเป็นของคนงานประกอบรถ และปรับปรุงความปลอดภัย

“เราให้ความสำคัญกับหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น” Brandon Reisinger ประธาน UAW ประจำโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองหลุยส์วิลล์ กล่าวในงาน “เราควรจะมีพนักงานที่มีสุขภาพดีขึ้น ควรจะสามารถกลับบ้านไปหาครอบครัวได้ และไม่ปวดเมื่อยเมื่อสิ้นสุดวัน ซึ่งนั่นจะเป็นเรื่องที่ดีมาก"

Cr : TC

Source 


Ford เตรียมเรียกคืนรถรุ่น Ranger กว่า 140,000 คันในสหรัฐ เนื่องจากสายไฟชำรุด

กลยุทธ์ Collaboration Marketing กับกรณีศึกษา “CC DOUBLE O x FORD MUSTANG”

Kaiten Sushi Ginza Onodera บุกไทยเปิดแฟลกชิพใหญ่สุดในเอเชีย รุกตลาด 8,000 ล้าน ยกระดับซูชิสายพานสู่ ‘Affordable Luxury’

Ford ตั้งเป้าภายในปี 2030 จำนวน 50% ของรถยนต์ที่ผลิต จะเป็นรถไฮบริด และ EV

Wall Street Journal ยก Stanford ขึ้นที่ 1 มหาวิทยาลัยดีที่สุดในสหรัฐ แซงหน้า Yale Harvard และ MIT

เซ็นทรัลชิดลม เติมแบรนด์ Affordable Luxury เจาะ Gen Z ที่อยากมี First Lux Item

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact