เผลอแป๊บเดียวก็ครบรอบ 1 ปีแล้ว สำหรับแอป Robinhood ที่เปลี่ยนมือจาก SCB มาอยู่ในหลังคาของยิบอินซอย
มรกต ยิบอินซอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood อธิบายว่า ทีมงานใช้เวลาปีแรก เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน จนรับรู้ได้ว่า Robinhood เป็น Ecosystem และแบรนด์ที่ยังมีคนชื่นชอบเป็นจำนวนมาก โดยมีจุดเชื่อมโยงอยู่ที่การเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทยเพื่อคนไทย ที่มีคนอยากมีส่วนร่วม จึงอยากที่จะสร้าง Community ขึ้นมา
“ตลาดแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีแข่งขันกันด้วยการเบิร์นค่าธรรมเนียม เพราะต้องการเอาใจลูกค้า ลูกค้าชอบฟรี ถ้าทุกอย่างต้องฟรีแล้วต้องเบิร์นกันขนาดนี้ ใครจะมีเงิน 10,000 ล้านมาให้เราเบิร์น แล้วเราจะระดมทุน 10,000 ล้านมาเพื่อเอายอดเข้ามาได้อย่างไร
แต่ถ้าเราเป็นคนที่จะเริ่มสร้าง Ecosystem ที่ดี มันก็สร้างได้ด้วยในมือของเรา แล้วมันก็เหลือ Robinhood อยู่คนเดียวที่เป็นอันนี้ ถ้าสมมุติเราช่วยกันทําให้ Robinhood แข็งแรงได้ มันคือจุดเริ่มต้นของ Good Ecosystem ของเดลิเวอรี่ทั้งหมด ทั้งร้านค้า ไรเดอร์ และผู้ใช้งาน”
การปรับทัพครั้งใหญ่ของ Robinhood ภายใต้การดูแลของทีมบริหารชุดใหม่ ครบรอบ 1 ปี หลังการซื้อกิจการ ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการหลีกหนีจากสมรภูมิ Red Ocean ของตลาด Food Delivery สู่การเป็นแอปพลิเคชันทางเลือกสัญชาติไทยที่เน้นคุณค่าและคอมมูนิตี้ เพื่อสร้างสมดุลให้กับตลาด
มรกต อธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการซื้อกิจการ Robinhood ได้ถอยจากสงครามราคา เพื่อปรับโพสิชั่นนิ่งของแบรนด์ขึ้นไปสู่ Premium Mass
พบว่าหลังการปรับตำแหน่งตัวเองไปสู่กลุ่มลูกค้า Premium Mass ซึ่งก็คือการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ไม่ได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการจากราคาที่ถูกที่สุด แต่ให้ความสำคัญกับแบรนด์และคุณค่าที่แพลตฟอร์มมอบให้ในช่วงที่ผ่านมานั้นทำให้ Robinhood มีตัวเลขการขาดทุนที่ลดลงอย่างมหาศาล แม้ว่าในปัจจุบัน Robinhood จะยังขาดทุนอยู่ แต่มรกตกล่าวว่ามีแนวโน้มที่ดีและมีความหวังบ้างแล้ว
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและควบคุมคุณภาพการให้บริการ Robinhood ได้มีการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการ ลดพื้นที่การให้บริการ ลง โดยมุ่งเน้นความแข็งแกร่งในพื้นที่หลัก คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล และได้ยุติการให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นมาตรการที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ล่าสุด Robinhood มีการเปิดตัว Robinhood Coin ซึ่งเป็นรอยัลตี้โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงแฟนพันธุ์แท้ ที่ยังผูกพันกับแบรนด์ เพื่อหวังที่จะสร้าง Community Network
“Robinhood Coin คือ กลไกที่เราออกแบบมาเพื่อสร้าง ชุมชนของแฟนพันธุ์แท้ Robinhood (Community Network) ที่เป็นมากกว่าการสะสมแต้มแบบเดิม ด้วยระบบ Membership ที่โปร่งใส ปลอดภัยเราอยากให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มจริงๆให้ทุกคนได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในชุมชนผู้ใช้งาน สัมผัสได้ถึงความเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง ทุกการสั่งอาหารไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่คือการสะสมสถานะ และความผูกพันกับโรบินฮู้ดโดยเรามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างโรบินฮู้ดกับลูกค้าไม่ควรถูกจำกัดแค่เรื่องส่วนลดหรือคะแนนสะสม เราอยากสร้างระบบที่ให้คุณค่าในเชิงจิตใจและการมีส่วนร่วม เช่น สิทธิ์ในการโหวตกิจกรรม หรือเข้าร่วมอีเวนต์พิเศษกับโรบินฮู้ดซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนความเป็นแฟนพันธุ์แท้มากกว่าความเป็นลูกค้าทั่วไป”
Robinhood Coin เป็นระบบที่ให้ผู้ใช้สะสม Purple Point จากการสั่งอาหารผ่านโรบินฮู้ด ทุกยอดใช้จ่ายครบ 100 บาท จะได้รับ 10 Purple Point ซึ่งเมื่อสะสมครบตามเกณฑ์ที่กำหนดผู้ใช้จะสามารถแลก Purple Point เป็น Robinhood Coin ต่อไปได้
ซึ่ง Robinhood Coin นี้จะเป็นกุญแจเปิดสิทธิ์ให้เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ โหวตแคมเปญ หรือรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิกได้ในอนาคต เช่น การโหวตร้านอาหารโปรด การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม หรือการได้รับเชิญเข้าร่วมงานอีเวนต์สุดพิเศษที่จัดโดยโรบินฮู้ด อาทิ Chef’s Table, Food & Culture Festival, คอนเสิร์ต, เวิร์กช็อปการทำอาหารกับเชฟชื่อดังไปจนถึงงาน Robinhood Community Day ที่รวมแฟนพันธุ์แท้โรบินฮู้ดเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของชุมชน

วริศ บูลกุล กรรมการผู้จัดการฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาของโครงการ Robinhood Coin กล่าวว่า Robinhood Coin ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดของ Bitcoin ในแง่ของความโปร่งใสและความมีขีดจำกัด โดยจะมีจำนวนเหรียญทั้งหมดเพียง 21 ล้านเหรียญ เพื่อให้ระบบมีความชัดเจน สร้างความรู้สึกว่าทุกเหรียญมีคุณค่า และใช้ระบบ Halving ซึ่งเป็นกลไกที่ลดจำนวนเหรียญที่ปล่อยออกสู่ระบบลงครึ่งหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อให้ระบบมีความยั่งยืน และเป็นการให้เกียรติและตอบแทนผู้ที่สนับสนุนแพลตฟอร์มมาตั้งแต่เริ่มต้น
วริศ ย้ำว่ารอยัลตี้โปรแกรมนี้ลูกค้าของ Robinhood จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยไม่จําเป็นต้องมีความรู้ด้านบล็อกเชน เพราะระบบจะทํางานอยู่เบื้องหลังเหมือนการสะสมแต้มทั่วไป แต่ประโยชน์ที่ Stakeholders ของ Robinhood จะได้คือ Ecosystem ที่ดีขึ้น
ปัจจุบัน Robinhood มีฐานลูกค้าเหลืออยู่ประมาณ 1 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่ Active ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาราว 400,000 คน ส่วนฐานร้านค้าตอนนี้มีจำนวนประมาณ 200,000 ร้านค้า มีฐานตัวเลขไรเดอร์ประมาณ 30,000 คน ในจำนวนนี้ยังวิ่งรับงาน Robinhood อย่างต่อเนื่องประมาณ 3,500 คน
มรกต กล่าวว่า จุดเด่นของ Robinhood เป็นแพลตฟอร์มที่มีการคิดค่า GP ต่ำที่สุดในตลาด คือสูงสุดไม่เกิน 28% ที่สำคัญคือไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง กับเรื่องของความเร็วในการจัดส่งอาหาร เพราะไรเดอร์ของ Robinhood ไม่มีการพ่วงยอด
“ถ้าเป็นธุรกิจตามปกติ ถ้าเราส่งอาหาร ส่งของเราต้องจ่ายค่าส่ง แต่เผอิญธุรกิจนี้มันผิดปกติ เนื่องจากแพลตฟอร์มลดราคาค่าส่งจากความเป็นจริง ส่วนต่างตรงนี้แพลตฟอร์มจะรับไว้หรือไม่ก็ไปซ่อนอยู่ในค่าธรรมเนียมร้านค้า ทำให้หลายร้านค้าต้องขึ้นราคาเมนูอาหารในเดลิเวอรี เพื่อเอาส่วนต่างส่งผ่านแอปกลับมาเป็นค่าส่งฟรีหรือค่าส่งที่ถูกลง เพื่อให้ผู้สั่งอาหารแล้วรู้สึกว่าฟรี แต่จริงๆ มันไปอยู่ที่ราคาอาหาร”

มรกต อธิบายว่าวันที่ตัดสินใจเข้ามา ส่วนตัวอยากเห็นธุรกิจนี้แข่งขันกันที่คุณค่าของแบรนด์โดย Stakeholders ทั้ง Robinhood ร้านค้า ไรเดอร์ และลูกค้าได้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นที่มาของการพยายามสร้างชุมชนของ Robinhood ขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันอุตสาหกรรมไม่ให้เกิดการผูกขาด
“โปรโมชั่นยังคงต้องมีบ้าง แต่ต้องสมเหตุสมผล ไม่ใช่การเบิร์นเงินเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นโมเดลธุรกิจใหม่ของเราจะเป็นการโตที่ยั่งยืน ไม่เอาเปรียบคนหรือร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่มีอํานาจต่อรอง แต่เราจะโตไปด้วยกัน”
แม้ว่าการตัดสินใจถอยออกจากสงครามราคาอาจส่งผลให้จำนวนลูกค้าในภาพรวมไม่ได้พุ่งสูงที่สุดในตลาด แต่ผลประกอบการของ Robinhood กลับมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีอัตราการขาดทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
Robinhood ได้วางเป้าหมายที่จะ พลิกจากการขาดทุนให้กลับมามีกำไรได้ภายในปี 2025 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกถึงความสำเร็จของการปรับกลยุทธ์ที่เน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ และเป็นการพิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มสัญชาติไทยสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในตลาดที่เคยดุเดือดนี้