แม้หัวใจสำคัญของการทำตลาดร้านอาหารส่วนหนึ่งจะอยู่ที่การมี Brand Portfolio ที่หลากหลาย สามารถครอบคลุม ความต้องการของลูกค้าได้แทบทุกกลุ่ม แต่เมื่อมองเข้ามาในความเป็นจริงแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่การมีจำนวน แบรนด์มากที่สุด แต่อยู่ที่การกล้าตัดสินใจว่าแบรนด์ไหนควรไปต่อ แบรนด์ไหนควรชะลอหรือถอยบทบาทลง เพื่อไม่ให้ แบรนด์ที่ไม่ทำกำไรมาดึงทรัพยากรขององค์กรโดยรวม
ตัวอย่างของผู้เล่นที่ทำตลาดด้วยแนวคิดที่ว่านี้ก็คือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ที่ประสบความสำเร็จกับการ ทำตลาดด้วยแบรนด์ในพอร์ตกว่า 20 แบรนด์ ซึ่งครั้งหนึ่งคุณณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เคยให้ สัมภาษณ์ถึงมุมมองในเรื่องนี้กับเราไว้อย่างน่าสนใจว่า “การมีแบรนด์จำนวนมากไม่ใช่คำตอบ หากแบรนด์เหล่านั้นไม่ สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริงหรือไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน เพราะไม่ใช่ทุกแบรนด์ต้องโต และไม่ใช่ทุกแบรนด์ ควรขยายต่อ”
Portfolio Optimization ในมุมของ CRG จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้าพอร์ต แต่คือการกล้าคัดเลือกและ กล้าตัดสินใจว่าแบรนด์ไหนควรไปต่อ แบรนด์ไหนควรชะลอ หรือแบรนด์ไหนควรถอยบทบาทลง
ในภาวะที่ต้นทุนสูงและกำลังซื้อเปราะบาง การปล่อยให้แบรนด์ที่ไม่ทำกำไรหรือไม่แข็งแรงพออยู่ในพอร์ตมาก เกินไป เท่ากับดึงทรัพยากรของทั้งองค์กรลงไปโดยไม่จำเป็น ทั้งเงิน คน และเวลา CRG จึงกลับมาดูพอร์ตแบรนด์ทั้งหมด ในเชิงลึกมากขึ้น ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่รวมถึงโครงสร้างต้นทุน ศักยภาพการเติบโต และความสอดคล้องกับพฤติกรรม ผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา
ขณะเดียวกัน แบรนด์ที่พิสูจน์แล้วว่าตอบโจทย์ตลาด มีโมเดลที่ขยายได้ และมีโอกาสสร้างสเกล กลับได้รับการ เร่งเครื่องอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสาขา ปรับรูปแบบร้าน หรือพัฒนาโปรดักต์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะตลาดวันนี้ไม่ได้ ต้องการแบรนด์เยอะ แต่ต้องการแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด จนกลายเป็นแบรนด์ที่สร้างการเติบโตได้อย่าง ต่อเนื่อง
แน่นอนว่า การมองหาแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อเข้ามาเติมเต็มพอร์ตร้านอาหารของตัวเองให้มีความแข็งแกร่ง และสามารถ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุมทุกความต้องการที่มีอยู่ กลายเป็นเรื่องจำเป็นไม่แพ้กัน
นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ CRG มีการคว้าสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์แบรนด์ “Hanam BBQ” ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับ พรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ เป็นการเสริมกลยุทธ์การลงทุนในเซกเมนต์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง รองรับความต้องการ ของผู้บริโภคไทยที่ให้ความนิยมอาหารเกาหลีและปิ้งย่างอย่างต่อเนื่อง

คุณณัฐ ให้เหตุผลถึงการนำแบรนด์ Hanam BBQ เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยว่า ตลาดอาหารเกาหลีและปิ้งย่างยัง เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพสูง ทั้งในแง่ขนาดตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง การเข้าลงทุนใน Hanam BBQ จึงเป็นการเสริมพอร์ตแบรนด์ปิ้งย่างของ ซีอาร์จี ให้แข็งแรง และครบมิติมากยิ่งขึ้น
“ภาพรวมตลาดร้านอาหารในประเทศไทยปี 2568 มีมูลค่ารวมประมาณ 572,000 ล้านบาท โดยตลาด อาหารประเภทปิ้งย่าง (ไทย จีน ญี่ปุ่น) มีมูลค่าราว 12,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดอาหารเกาหลีมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 5–7% ต่อปี ซึ่งนับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังเปิดกว้าง แม้จะมีการแข่งขันจาก แบรนด์ในตลาดจำนวนมากก็ตาม”
สำหรับ Hanam BBQ แล้ว ถือเป็นแบรนด์ปิ้งย่างเกาหลีชั้นนำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศเกาหลี ใต้ เป็นที่รู้จักในชื่อ Hanam Pig และมีภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแรงในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ อีกทั้งยังได้รับการพูดถึงอย่าง ต่อเนื่องจากการปรากฏในซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง ซึ่งช่วยตอกย้ำความเป็นแบรนด์ปิ้งย่างเกาหลีต้นตำรับ และสร้างการจดจำใน ระดับสากล ปัจจุบัน Hanam Pig มีสาขาเกือบ 200 สาขาทั่วประเทศเกาหลีใต้ พร้อมขยายแฟรนไชส์ไปแล้วในหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว และอยู่ระหว่างการขยายสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา
“นอกเหนือจากความแข็งแกร่งของแบรนด์แล้ว กระแสวัฒนธรรมเกาหลีที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ด้านคอนเทนต์ บันเทิง และไลฟ์สไตล์ ถือเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้อาหารเกาหลียังคงได้รับความนิยม ฃในประเทศ ไทยอย่างสม่ำเสมอ เพราะปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงรสชาติ แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความ แตกต่าง และความเป็นต้นตำรับ ซึ่ง Hanam BBQ สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ผ่านเอกลักษณ์ของ การย่างด้วยเตาหิน คุณภาพวัตถุดิบ และมาตรฐานการบริหารร้านระดับสากล ซึ่งซีอาร์จีเชื่อมั่นว่าจะได้รับการ ตอบรับที่ดีจากตลาดไทยในระยะยาว”
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจ เตรียมเปิด Hanam BBQ สาขาแรกในประเทศไทย ในช่วงกลางปี 2569 และมีแผน ขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 2–3 สาขา คาดว่าจะมีประมาณ 10 สาขา ภายใน 3–5 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าแบรนด์ ในพอร์ตกว่า 300 ล้านบาท

หากมองภาพในเชิงวิเคราะห์แล้ว Hanam BBQ มีโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดไทยสูง จากปัจจัยสนับสนุน หลายประการ ทั้งจากตัวแบรนด์เองและกลยุทธ์ของ CRG แต่ก็มีความท้าทายจากการแข่งขันในตลาดเช่นกัน โดยปัจจัยที่จะ เข้ามาเป็นตัวสนับสนุนให้แบรนด์นี้มีเส้นทางการเติบโตที่ดีในบ้านเรานั้น จะมาจาก
1.กระแสความนิยมอาหารเกาหลี อิทธิพลของวัฒนธรรม K-Culture (K-Pop, ซีรีส์เกาหลี) ทำให้คนไทยมีความ คุ้นเคยและชื่นชอบอาหารเกาหลีอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดอาหารเกาหลีในไทยมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทและยังเติบโตได้อีก
2.การมีข้อได้เปรียบในเรื่องของโลเคชัน ในฐานะที่เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล และการที่ Hanam BBQ เข้ามาภายใต้การบริหารของ CRG ซึ่งเป็นผู้นำและมีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจร้านอาหารเชนในไทย ทำให้มีความพร้อม ทั้งในด้านเงินทุน ทำเลที่ตั้ง ตลอดจนระบบจัดการและการตลาดที่แข็งแกร่ง
3.การมีจุดขายที่ชัดเจนและแตกต่างของแบรนด์ โดย Hanam BBQ หรือ "Hanam Pig" ในเกาหลี มีจุดเด่นคือการ เป็นปิ้งย่างพรีเมียมสไตล์ต้นตำรับ โดยใช้เตาหินพิเศษในการย่างและมีพนักงานย่างให้ ซึ่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ร้านปิ้งย่างทั่วไป
4.การเสริมพอร์ตโฟลิโอที่ลงตัว Hanam BBQ เข้ามาเติมเต็มพอร์ตของ CRG ในกลุ่มร้านอาหารปิ้งย่างพรีเมียม ทำให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นและลดช่องว่างในตลาดนี้
ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายที่ต้องระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแข่งขันที่มีค่อนข้างสูง โดยตลาดร้านอาหารปิ้งย่าง ในไทยมีการแข่งขันที่ดุเดือด มีทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้งบประมาณการตลาดและการสร้างความ แตกต่างอย่างต่อเนื่อง
การเข้าลงทุนใน Hanam BBQ ครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของซีอาร์จี ในการขยายพอร์ตโฟลิโอร้านอาหารให้ ครอบคลุมเซกเมนต์ที่มีการเติบโตสูง พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารที่สามารถนำแบรนด์ระดับสากล เข้ามาพัฒนา และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดประเทศไทย.....