ว่ากันว่า ตลอด 10 ปีของการขยายฐานเข้ามาทำตลาดในบ้านเราของ มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. ร้านค้าปลีกสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติมาเลเชีย นั้น มีการเติบโตที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งในแง่ของการขยายสาขา และการสร้างยอดขาย ที่ผู้เล่นจากเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเชียนรายนี้ สามารถทำยอดขายทะลุหลัก 21,000 ล้านบาทไปแล้วในปี 2025 ที่ผ่านมา
มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2016 ภายใน 1 ปี มีการขยายสาขาครบ 100 สาขา ก่อนที่จะมาปิดปีที่แล้ว ด้วยจำนวนสาขาทะลุ 1,127 สาขา ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด ซึ่งถือเป็นร้านค้าปลีกอีกรายที่มีการขยายสาขา
แน่นอนว่า หากให้มองเข้ามาที่การใช้กลยุทธ์มาร์เก็ตติ้ง มิกซ์ ของผู้เล่นรายนี้ ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ไล่เรียงตั้งแต่
P ตัวแรก หรือ สินค้าที่นำเสนอในร้าน ที่แม้จะมีไซส์หรือพื้นที่ขายในร้านไม่ใหญ่มากนัก วามหลากหลายสูง (Variety): มีสินค้ามากกว่า 15,000 - 16,000 รายการ (SKUs) ครอบคลุม 6 แผนกหลัก ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องมือช่าง, เครื่องใช้ในครัวเรือน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องเขียน, ของเล่น และอื่นๆ
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. มีการใช้ดาต้าตลอดจน AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ เพื่อคัดเลือกสินค้าที่นำเสนอในร้านให้แมทกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละโลเกชั่น ทำให้สินค้าในร้านสามารถหมุนเวียนได้เร็ว เนื่องจากตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

ส่วนสัดส่วนในการขายสินค้านั้น มากกว่าครึ่งจะเป็นสินค้าของใช้ในบ้าน สินค้าตกแต่งบ้าน และเครื่องมือ ที่สำคัญก็คือ มีการใช้จุดแข็งของสินค้า Private Label และสินค้าลิขสิทธิ์ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำในเรื่องของราคา เพื่อตอบโจทย์การเป็นร้านที่นำเสนอสินค้าใน “ราคาถูกคุ้มเสมอ” (Always Low Prices)
แม้จะขายสินค้าในราคาถูก แต่ความสามารถในการทำกำไรของผู้เล่นรายนี้ก็ถือว่าออกมาค่อนข้างดี จากยอดขายในปีที่ผ่านมาที่มีตัวเลขอยู่ที่ 21,000 ล้านบาท มีตัวเลขกำไรถึง 2,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 48% โดยสินค้าภายใต้แบรนด์ มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย สามารถสร้างรายได้ในสัดส่วนถึง 45% ของรายได้รวมที่ทำได้
2. Price หรือกลยุทธ์ราคา Always Low Prices คือจุดขายสำคัญที่แบรนด์นี้ ยึดมั่นในคำขวัญ "ราคาถูกคุ้มเสมอ" โดยเน้นตั้งราคาให้เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าที่สุด
การจะทำราคาให้ถูกกว่าคู่แข่งขันได้นั้น มาจากการมี Economies of Scale ที่ใช้การรวมคำสั่งซื้อจากทุกสาขาทั่วโลก กว่า 6,000 สาขา เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ ที่มีอยู่กว่า 1,000 รายทั่วโลก โดยสินค้าประมาณ 75% เป็นสินค้านำเข้า ส่วนอีก 25% จัดซื้อจากผู้ผลิตในประเทศกว่า 300 ราย ทำให้ได้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง จนสามารถขายสินค้าได้ในราคาถูกกว่าเฉลี่ยประมาณ 27%
ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของระบบหลังบ้านที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทำให้สามารถเข้ามาช่วยในเรื่องของการบริหารต้นทุนในการจัดการด้านสต็อกสินค้า โดยมีแวร์เฮ้าส์อยู่ 6 แห่ง และกำลังลงทุนสร้างแห่งที่ 7 ที่เป็นออโต้ แวร์เฮ้าส์ เอาระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

3. Place หรือสาขา ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 1,127 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ในปีนี้มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 210 สาขา และยังคงขยายต่อเนื่องปีละกว่า 200 สาขา โดยสาขาในปัจจุบัน จะเป็นสาขาที่เปิดในมอลล์ 298 สาขา หรือคิดเป็น 31% และสาขาแบบสแตนอะโลนอีก 829 สาขา คิดเป็น 69%
จำนวนสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศนี้ จะกระจายออกไปยังในเขตกรุงเทพฯ - ปริมณฑล 115 สาขา เปิดเพิ่มในปีที่แล้ว 5 สาขา ภาคกลาง 338 สาขา เปิดเพิ่มในปีที่แล้ว 39 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 266 สาขา เปิดเพิ่ม 68 สาขา ภาคเหนือ 76 สาขา เปิดเพิ่ม 20 สาขา ภาคตะวันตก 63 สาขา เปิดเพิ่ม 7 สาขา ภาคตะวันออก 132 สาขา เปิดเพิ่ม 22 สาขา และภาคใต้ 137 สาขา เปิดเพิ่ม 34 สาขา
จำนวนสาขา ที่เพิ่มขึ้น บอกอะไรกับเราบ้าง
1.บอกถึงการเข้าถึงลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ที่ปัจจุบัน ร้านมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. ให้บริการลูกค้าทั้งหมดเฉลี่ย 120 ล้านคนต่อปี
2.ตัวเลขเหล่านั้น ยังบอกถึง การเข้าถึงลูกค้าในแต่ละพื้นที่ อย่างกรณีของภาคอีสาน ที่ปัจจุบันมี 266 สาขา เป็นตัวเลขทีเปิดเพิ่มถึง 68 สาขาในปีที่ผ่านมา เนื่องจากถูกมองว่า เป็นพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างหนาแน่น โอกาสในการ Penetrate หรือขยายตลาดจึงมีค่อนข้างสูงตามมา
3.บอกถึงโอกาสในการเติบโตในระยะยาว โดยดูจากสัดส่วนร้านค้าต่อสาขาที่รองรับจำนวนประชากรแล้ว พบว่า ปัจจุบันไทยมีสัดส่วนร้านค้าอยู่ที่ประมาณ 1 สาขาต่อประชากร 62,000 คน ขณะที่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความอิ่มตัวมากกว่า มีสัดส่วนอยู่ที่ 1 สาขาต่อประชากร 22,000 คน ทำให้เชื่อว่าตลาดไทยยังสามารถรองรับการขยายสาขาได้อีกอย่างน้อย 3 เท่า
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย ถึงตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 3,000 แห่งทั่วประเทศภายในช่วง 5–6 ปีข้างหน้า โดยจะเพิ่มสาขาเฉลี่ยปีละประมาณ 200 แห่ง
ไม่เพียงเท่านั้น ในโอกาสครบรอบ 10 ปี มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.ยังมีการเปิดตัวร้านรูปแบบ 2.0 (Store Format 2.0) ที่มาพร้อมอัตลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยหน้าร้านสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและดูเป็นกันเอง พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าผ่านการปรับปรุงระบบแสงสว่าง การจัดผังร้านให้มองเห็นสินค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงการคัดสรรสินค้าให้เหมาะสมกับรูปแบบร้านค้าและความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

4. Promotion มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.ใช้ส่วนผสมทางการตลาดใน P ตัวสุดท้าย อย่างน่าสนใจ โดยปี 2569 มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. เตรียมเปิดตัวมากกว่า 70 แคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปีของบริษัท จะนำเสนอโปรโมชันพิเศษ ความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ในสาขาใหม่รูปแบบสแตนด์อโลนที่เปิดใหม่ทั้งหมด โดย P ตัวที่ 4 ที่ใช้นี้ จะเน้นไปที่การสร้าง Engagement ทั้งกับลูกค้า และสังคม ซึ่งจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนทั้งในเรื่องแบรนด์ และยอดขายในปีนี้
ทั้งหมด ถูกผสมผสานเข้ามาเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการทำตลาดของผู้เล่นจากประเทศเพื่อนบ้านรายนี้....