การขยับตัวของ "หยั่นว่อหยุ่น" หรือที่ทุกคนคุ้นหูในชื่อ "เด็กสมบูรณ์" ในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดเครื่องปรุงรส แต่คือการทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ของแบรนด์เครื่องปรุงอายุยาวนานสู่การเป็น 'Lifestyle Brand' อย่างเต็มตัวผ่านกลยุทธ์ Collaboration ที่เข้มข้นขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากสร้างปรากฏการณ์ร่วมกับมาการองชื่อดังอย่าง Souri ไปเมื่อต้นปี ล่าสุดแบรนด์ได้กระโจนเข้าสู่โลกของแฟชั่นและเครื่องดื่มอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของเสื้อผ้า ไอศกรีม และโปรเจกต์คาเฟ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้
หัวใจสำคัญของการทรานส์ฟอร์มครั้งนี้อยู่ที่การสร้าง Story ให้แบรนด์มีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านแคมเปญที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถนำใบหน้าของตนเองขึ้นไปอยู่บนขวดซอสได้ ซึ่งต่อยอดมาจากกระแสไวรัลของพรีเซนเตอร์ไล่มาตั้งแต่พี่ธีร์ - น้องพีร์จนมาถึงพีพี กฤษฏ์ ที่สร้างแรงกระเพื่อมจนผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์
“ผมพยายามที่จะหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และสร้างทางเลือกเพิ่มเติมให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอครับ เช่น บางคนอาจจะอยากมีซอสหรืออยากมีเรื่องราวเป็นของตนเอง ผมจึงรู้สึกว่าการสร้าง Story ให้ตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก” วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าว
การกล้าขยับมาทำมาร์เก็ตติ้งของทายาทรุ่นที่ 3 ในสไตล์ที่แตกต่างและเน้นความเป็นตัวตนนี้เองที่ทำให้ "เด็กสมบูรณ์" กลายเป็นแบรนด์แรกๆ ในวงการเครื่องปรุงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนบนโลกโซเชียลได้อย่างน่าสนใจจากคลิปวิดีโอคอนเทนต์ในโลกออนไลน์ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์สามารถกวาดคอนเทนต์ยอดวิวไปได้มากกว่า 100 ล้านครั้ง และมียอดไลก์ถล่มทลายกว่า 10 ล้านครั้ง จนเกิดกระแสไวรัลอย่างแคปชั่น "จะเด็กดื้อหรือเด็กดี โทษทีพี่เด็กสมบูรณ์" ที่ลามไปไกลกว่าแค่เรื่องของกิน แต่เข้าไปอยู่ในทุกแง่มุมของไลฟ์สไตล์ ทั้งแฟชั่นและคาเฟ่
“เราดีใจที่ได้เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของทุกคน หากนับรวมเวลาที่เริ่มทำโซเชียลมีเดียมาอย่างจริงจัง ปีนี้เข้าสู่ปีที่สองแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการสร้าง Brand Awareness ในกลุ่มคนเจเนอเรชันใหม่ได้เป็นอย่างดี”
นอกจากมิติของภาพลักษณ์แล้ว ในด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ยังเตรียมความพร้อมต่อเทรนด์สุขภาพ โดยปีนี้จะรุกตลาดกลุ่ม 'Healthy' ด้วยสินค้าโซเดียมต่ำซึ่งเหมาะกับคนที่กินคีโตด้วยเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจรูปร่างและออกกำลังกายตอนเช้าแทนการเที่ยวกลางคืน
“ปัจจุบันเทรนด์สุขภาพมาแรงมาก และพฤติกรรมคนไปเที่ยวกลางคืนน้อยลงแต่หันมาวิ่งตอนเช้าแทน นี่จึงเป็นโอกาสที่เด็กสมบูรณ์จะนำเสนอสินค้ากลุ่มโซเดียมต่ำ เพื่อตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องอาการบวมจากการรับประทานอาหาร หรือคนที่ต้องการควบคุมอาหารโดยเริ่มง่าย ๆ จากซอสของเรา”
ควบคู่ไปกับการขยายอาณาจักรจากเบื้องหลังสู่ "เบื้องหน้า" ด้วยการเตรียมเปิด Flagship Store และคาเฟ่ของตัวเองที่เยาวราชในเร็วๆ นี้ เพื่อนำเสนอประสบการณ์อาหารในแบบฉบับเด็กสมบูรณ์ให้ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ และไอศกรีม
ความพยายามในการปั้นแบรนด์ซีอิ๊วให้เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ของทายาทรุ่นที่ 3 ของหยั่นหว่อหยุ่นยังคงเดินหน้าสร้าง Sauce Power ให้ขยายตัวต่อไป โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก
“ถ้าวันหนึ่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton มาคอลแล็บกับเด็กสมบูรณ์ได้ ผมคงจะเรียกตัวเองว่าเป็น Lifestyle Brand ได้อย่างภาคภูมิใจ ผมจะพยายามต่อไปด้วยความที่ยังอายุไม่มากและยังมีโอกาสอีกเยอะ หากยังคงความตั้งใจและขยันทำงานแบบนี้ต่อไป สักวันโอกาสเหล่านั้นคงมาถึง”