ดร. กิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) กล่าวว่า “เป็นที่น่ายินดีที่กลุ่มทรูมีแนวโน้มผลการดำเนินงานด้านการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพสูง สร้างคุณค่าและครอบคลุมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค ทำให้รายได้และฐานลูกค้าของกลุ่มเติบโตขึ้นด้วย ทั้งนี้ กลุ่มทรูจะยังคงเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินและการดำเนินงานผ่านแคมเปญการตลาดที่ปรับให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ รวมถึงนวัตกรรมและช่องทางการเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ ทรูไอดี ทรูพอยท์ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ซึ่งเน้นผลิตภัณฑ์และบริการที่เหนือกว่า และยังเพิ่มมูลค่าจากการเป็นลูกค้ากลุ่มทรูอีกด้วย ขณะเดียวกัน กลุ่มทรูจะยังคงให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารจัดการต้นทุนทั่วทั้งองค์กร ซึ่งคาดว่าผลประกอบการน่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเพราะกลุ่มทรูอยู่ในสถานะที่จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (digital transformation) ทั้งในส่วนขององค์กรและการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค”
ทรูมูฟ เอช ยังคงขยายฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่งทั้งในกลุ่มลูกค้าระบบรายเดือนและระบบเติมเงิน โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มประมาณ 4.12 แสนราย ในไตรมาส 1 ปี 2561 ทำให้ฐานลูกค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 27.63 ล้านราย ประกอบด้วยลูกค้าระบบเติมเงิน 20.56 ล้านราย และลูกค้าระบบรายเดือน 7.07 ล้านราย ซึ่งการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับจำนวนลูกค้าที่เติบโตสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการของทรูมูฟ เอช เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาส 1 ปีก่อนหน้า เป็น 18.0 พันล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2561 ในขณะที่รายได้จากการให้บริการของผู้ให้บริการรายใหญ่รายอื่นรวมกันเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2 จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า การเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งด้านฐานลูกค้าและรายได้ของทรูมูฟ เอช ยืนยันความแข็งแกร่งของเครือข่าย มูลค่าแบรนด์และแคมเปญด้านการตลาดที่ประสบความสำเร็จตามคาดหมาย ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสแรก ส่วนแบ่งตลาดรายได้และฐานลูกค้าของ ทรูมูฟ เอช เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27.6 และ ร้อยละ 30.9 ตามลำดับ
ทรูออนไลน์ รักษาความเป็นผู้นำในตลาดบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตของประเทศไทย จากโครงข่ายไฟเบอร์ที่มีคุณภาพและครอบคลุมสูง รวมถึงแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์คุ้มค่าที่ผนวกบริการ คอนเทนต์ และสิทธิพิเศษหลากหลายภายใต้กลุ่มทรูได้อย่างลงตัว ทำให้รายได้บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตของทรูออนไลน์เติบโตสูงร้อยละ 15.2 จากไตรมาสแรกปีก่อนหน้า เป็น 6.3 พันล้านบาท โดยมีฐานลูกค้าบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 1.15 แสนราย เป็น 3.3 ล้านราย และมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เพิ่มเป็น 618 บาท นอกจากนี้ การที่กลุ่มทรูเข้าร่วมโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ Southeast Asia – Japan 2 consortium (SJC2) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างประเทศและประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตให้ดียิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการใช้งานบรอดแบนด์ด้วยแบนด์วิธที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ตลอดจนลูกค้ากลุ่มองค์กรที่กำลังปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล
ทรูวิชั่นส์ มีคอนเทนต์คุณภาพจำนวนมากที่พร้อมสรรพ และนำเสนอแพ็กเกจที่ตรงใจลูกค้าในทุกระดับตั้งแต่ระดับแมสไปจนถึงระดับพรีเมียม ประกอบกับการจัดอีเว้นท์ดนตรีชั้นนำในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ผลักดันรายได้ทรูวิชั่นส์ให้เติบโตร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 3.1 พันล้านบาท ขณะเดียวกัน คอนเทนต์ของทรูวิชั่นส์ได้ถูกถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มอื่นภายใต้กลุ่มทรู ช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มความผูกพันของลูกค้าต่อกลุ่มทรู ทรูวิชั่นส์มีฐานลูกค้ารวมประมาณ 4 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2561 โดยจะยังคงเน้นขยายฐานลูกค้าบนระบบค่าบริการสมาชิกเป็นหลักเพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อไป