EARTH JUMP 2026 ฟอรัมด้านความยั่งยืนที่จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก กลายเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่สะท้อนว่า ภาคธุรกิจไทยกำลังเริ่มขยับจาก “การพูดเรื่อง ESG” ไปสู่ “การลงมือทำจริง” มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “A Bridge To Empowered Actions” ที่ต้องการผลักดันให้ทั้งองค์กรขนาดใหญ่และ SME สามารถปรับตัว เติบโต และแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจใหม่ที่ความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการทำธุรกิจ
ปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน พร้อมเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 60 ราย และความร่วมมือกับ World Bank Group ในการจัด 8th Global Policy Forum on Natural Capital 2026 เพื่อผลักดันประเด็น “ทุนทางธรรมชาติ” ให้เชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย มองว่า โลกธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงกติกาใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
มีการเปรียบแนวคิด “A Bridge To Empowered Actions” ว่าเป็น “สะพาน” ที่จะช่วยพาธุรกิจไทยก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ไปสู่โลกเศรษฐกิจใหม่ ไม่ต่างจากสะพานขนาดใหญ่ในหลายประเทศที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเอาชนะข้อจำกัดทางธรรมชาติและเชื่อมผู้คนเข้าหากัน
“การทำเรื่อง Net Zero หรือเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่น้ำจิ้ม และไม่ใช่ภาระเพิ่มในการทำธุรกิจ แต่มันคือใบอนุญาตในการแข่งขันของโลกอนาคต เพราะต่อจากนี้ โลกธุรกิจจะไม่ได้วัดกันแค่ราคา คุณภาพ หรือกำลังการผลิตอีกต่อไป แต่จะวัดกันถึงวิธีคิดต่อสิ่งแวดล้อม วิธีบริหารทรัพยากร และความสามารถในการปรับตัวให้สอดคล้องกับกติกาใหม่ของโลก ซึ่งถ้าธุรกิจปรับตัวไม่ทัน วันหนึ่งอาจไม่ได้แค่เสียโอกาสทางธุรกิจ แต่เสี่ยงถูกทิ้งออกจากห่วงโซ่เศรษฐกิจโลกไปเลยก็ได้”
คำกล่าวนี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองสำคัญของโลกธุรกิจ จากเดิมที่ ESG อาจถูกมองเป็นต้นทุนหรือเรื่องของภาพลักษณ์ ไปสู่การเป็นเงื่อนไขพื้นฐาน ของการอยู่รอดในระยะยาว เพราะในวันที่ซัพพลายเชนทั่วโลกเริ่มตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และปริมาณการปล่อยคาร์บอน ธุรกิจที่ปรับตัวช้ากว่าอาจเสี่ยงถูกทิ้งออกจากการแข่งขันโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม ขัตติยาพยายามทำให้เรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องที่จับต้องได้มากขึ้น โดยชวนผู้ประกอบการเริ่มต้นจากการสำรวจ ความสูญเปล่าในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน การใช้พลังงานเกินจำเป็น หรือการผลิตสินค้าที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการตลาด
เพราะเมื่อธุรกิจลดความสูญเปล่าได้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การลดคาร์บอน แต่ยังหมายถึงการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน
“ที่สำคัญคืออย่ารอให้ทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์แล้วค่อยเริ่ม เพราะโลกกำลังเปลี่ยนเร็ว และคนที่เริ่มปรับตัวก่อน มักมีโอกาสมากกว่าคนที่รออยู่เสมอ”

อย่างไรก็ตามขัตติยามีความเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเงินทุนเพียงอย่างเดียว เพราะ Green Technology จำนวนมากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น มีความเสี่ยงสูง และต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ ความร่วมมือ และการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “ความร่วมมือ” กลายเป็นอีกหนึ่งคำสำคัญของเวที EARTH JUMP 2026 เพราะไม่มีองค์กรใดสามารถเดินไปสู่ Net Zero ได้เพียงลำพัง โดยเฉพาะในโลกที่ห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกันทั้งหมด หาก SME ไปต่อไม่ได้ บริษัทขนาดใหญ่เองก็ไม่อาจแข่งขันในตลาดโลกได้เช่นกัน
ขัตติยายังเสนอแนวคิด “สะพาน 4 ด้าน” สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต ประกอบด้วย
สะพานที่ 1 การเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการทำธุรกิจเพื่อเอาตัวรอดในระยะสั้น ไปสู่การคว้าโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
สะพานที่ 2 การพลิกมุมมองต่อกฎระเบียบและข้อบังคับ แทนที่จะมองว่ากฎระเบียบต่างๆ เป็นเรื่องยุ่งยากที่ทำให้การทำธุรกิจลำบาก ให้เปลี่ยนมุมมองว่าในเรื่องยากๆ หากเราสามารถทำได้สำเร็จ เราก็คือผู้ชนะที่สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะฝ่าฟันเรื่องยากเหล่านี้ได้สำเร็จ
สะพานที่ 3 การขับเคลื่อนร่วมกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ต้องเปลี่ยนความคิดเดิมที่มองว่าโจทย์ด้านความยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบขององค์กรขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว โดยจะต้องผลักดันให้ธุรกิจระดับ SME และทั้งซัพพลายเชนปรับตัวและประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน เพราะในการดำเนินธุรกิจจริง หากซัพพลายเชนไม่สามารถเปลี่ยนผ่านได้ บริษัทขนาดใหญ่ก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้เช่นเดียวกัน
สะพานที่ 4 การลงมือทำจริง (Take Action) ต้องเปลี่ยนสถานะจากการเป็นเพียงผู้ที่มีวิสัยทัศน์ แผนงาน หรือความมุ่งมั่น (เช่น เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050) ไปสู่การลงมือปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง

“วิกฤต เราเลือกไม่ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร แต่สิ่งเดียวที่เลือกได้คือ เราจะตอบสนองกับมันอย่างไร”
สารสำคัญบนเวที EARTH JUMP 2026 ที่ขัตติยากล่าวถึงสะท้อนให้เห็นว่าในวันที่โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความยั่งยืนอาจไม่ใช่เพียงเป้าหมายปลายทางอีกต่อไป แต่คือ “สะพาน” ที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องเดินข้าม หากยังต้องการอยู่ในเกมระยะยาว