กิติศักดิ์ มโนรัตนา ผู้จัดการการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำอัดลม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เราให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภค เมื่อทราบว่าผู้บริโภคชื่นชอบในความสดชื่น และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดื่มโค้ก ในขณะเดียวกันก็เพลิดเพลินไปกับรสชาติและกลิ่นหอมเข้มพิเศษของกาแฟ เราจึงนำมาผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”
“เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ ‘โค้ก พลัส คอฟฟี่’ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เราเตรียมกิจกรรมสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจร เพื่อมอบความสดชื่นคลายง่วงเพิ่มชีวิตชีวาให้กับช่วงกลางวัน และเน้นการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เราจึงมีแผนการจัดกิจกรรมแจกโค้ก พลัส คอฟฟี่ให้กับผู้บริโภค สร้างความสดชื่นในช่วงบ่าย นอกจากนี้เรายังปูพรมการสื่อสารทุกรูปแบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นำโดยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เสริมทัพด้วยสื่อ out-of-home สื่อ ณ จุดขาย และในร้านค้า เน้นสร้างการรับรู้ทุกช่องทาง เพื่อช่วยกระตุ้นและสร้างความสดชื่นภายใต้แนวคิด ‘โค้ก... ดื่มด่ำทุกความรู้สึก’ ซึ่งโค้กได้ทำการสื่อสารมาอย่างต่อเนื่อง” นายกิติศักดิ์ กล่าวสรุป
ทั้งนี้ มูลค่าตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทยอยู่ที่ 51,000 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทยเป็นผู้นำตลาด และมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งรวม 51% กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัดในฐานะเจ้าของแบรนด์ รับผิดชอบในกิจกรรมการตลาด และสองบริษัทพันธมิตรผู้ผลิตและจำหน่าย บจ. ไทยน้ำทิพย์ รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ และบมจ. หาดทิพย์ รับผิดชอบใน 14 จังหวัดภาคใต้ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทยเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ได้แก่ โค้ก, โค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล, โค้ก ไลท์, แฟนต้า, สไปรท์, ชเวปปส์, รูทเบียร์ เอแอนด์ดับบลิว รวมถึงน้ำส้มมินิทเมด พัลพิ, มินิทเมด สแปลช, มินิทเมด ไวต้าคิดส์, น้ำดื่มน้ำทิพย์, เครื่องดื่มอควาเรียส และล่าสุด “โค้ก พลัส คอฟฟี่”