เทคซอส เผยปัจจัยองค์กรยักษ์ใหญ่ร่วมสนับสนุนสตาร์ทอัพ คาดปี 2560 ปีทองที่องค์กรในไทยหันมาตั้งบริษัทในรูปแบบ CVC พร้อมลุยจัดงาน Techsauce Global Summit 2017 งานสัมมนารวบรวมองค์ความรู้เทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน 28-29 ก.ค.นี้ หวังสนับสนุน Technology Ecosystem ในไทยให้แข็งแรง หนุนประเทศให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีของอาเซียน
อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์สื่อธุรกิจด้านเทคโนโลยี Techsauce.co เปิดเผยว่า เทคโนโลยีและสตาร์ทอัพกำลังมีบทบาทและอิทธิพลมากในเวทีระดับโลก หลากหลายธุรกิจและอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด จนทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งทั่วโลกหันมาปรับกลยุทธ์ สร้างโครงการสนับสนุนสตาร์ทอัพ อาทิ Accelerator Program, Corporate Venture Capital (CVC) ซึ่งมีทั้งการลงทุนเองโดยตรง และการลงทุนในกองทุนที่สนับสนุนสตาร์ทอัพอีกทีด้วย
“ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือ องค์กรขนาดใหญ่เองมีความรู้ความเชี่ยวชาญในภาคธุรกิจนั้นๆ โดยตรง มีเงินทุน และฐานลูกค้าขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าเมื่อเป็นองค์กรขนาดใหญ่การขับเคลื่อนเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่สตาร์ทอัพเองมีความคล่องตัวมุ่งเน้นค้นหาโซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมนั้นๆ ซึ่งก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา แต่อาจขาดเงินทุนสนับสนุนเพื่อให้เติบโต การผนึกกำลังนำเอาจุดเด่นของทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อีกมาก”
ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย พบว่ามี Corporate Venture Capital เกิดขึ้นมากมายจากหลายอุตสาหกรรม จากเดิมที่เราเห็นกันมากในกลุ่มธุรกิจสื่อสาร และสถาบันการเงิน ปัจจุบันเริ่มมีองค์กรอื่นๆ เข้ามาร่วมสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นสายการผลิต อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน เป็นต้น
โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 มีการเปิดตัว CVC ไปแล้วถึง 6 ราย และเชื่อว่าช่วง 8 เดือนที่เหลือยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่บางรายเตรียมเปิดตัว CVC ของตัวเองเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ปัจจุบันทั้งกองทุนและ CVC ในไทยระดมทุนไปแล้วนับตั้งแต่ปี 2012 จนกระทั่งถึงปี 2017 ไม่ต่ำกว่า 261.128 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยที่ 9050.7 ล้านบาท ในขณะที่ยอดระดมทุนในช่วงปลายปี 2016 ของสตาร์ทอัพไทยเองไม่ต่ำกว่า 86.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยที่ 2,981.45 ล้านบาท (คิด 1 เหรียญสหรัฐ = 35 บาท)
อรนุช กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสนับสนุนการเติบโตและสร้าง Technology Ecosystem ในไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนทั้งองค์กรขนาดใหญ่ และ ธุรกิจสตาร์ทอัพได้เชื่อมโยงกับนักลงทุนในต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกในภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป จีน และญี่ปุ่น บริษัทจึงเตรียมจัดงาน Techsauce Global Summit 2017 งานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรองรับผู้เข้าร่วมได้กว่า 6,000 คนขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ในวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
ที่ผ่านมา ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต เป็นฐานการผลิตสำคัญของหลายภาคธุรกิจ แต่ยังขาดการเพิ่มคุณค่า (Value-Added) โดยการนำเอาเทคโนโลยีและดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาด ขณะนี้ บริษัทเห็นแนวโน้มหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มีเงินทุนไหลเข้าสู่ระบบมากขึ้นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สิ่งที่ยังต้องเพิ่มเติมนอกเหนือจากองค์ความรู้ ก็คือการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน และการร่วมมือกับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้
“Techsauce Global Summit 2017 จึงเป็นงานที่จะมาช่วยเติมเต็ม ทั้งในส่วนขององค์ความรู้และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เราเชิญทั้งผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพชื่อดัง นักลงทุน แอคเซอเลอเรเตอร์ จากทั่วโลกมาร่วมงาน ด้วยความมุ่งหวังว่าเวทีของเราจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน และทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของอาเซียนได้อย่างแท้จริง” น.ส.อรนุช กล่าว
สำหรับการจัดงานในปีนี้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า และมีการตระเวนโรดโชว์ในประเทศต่างๆ อีกกว่า 10 ประเทศ