แม้ว่าตัวเลขคาดการณ์จะอยู่ที่ 4% เเต่ก็นับว่าเป็นตัวเลขที่ขยับลงมาจาก 6% จากที่มีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ ปัจจัยสำคัญมาจากอีเว้นท์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลก มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบลิขสิทธ์การนำเสนอบางอย่างทำให้เม็ดเงินไม่ได้กระจายออกไป แบรนด์ที่เคยเล่นเรื่องฟุตบอลโลกอยู่เป็นประจำก็ไม่ได้ลงมาเล่นในครั้งนี้
โดย 9 บริษัทเอกชนที่ร่วมกันลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น คิง พาวเวอร์, ซีพี, ไทยเบฟเวอเรจ, บีทีเอส, กสิกรไทย และกัลฟ์ เอ็นเนอร์ ทำให้แบรนด์อื่นๆ ไม่สามารถเข้าออกอากาศได้ในช่วงเวลาถ่ายทอดฟุตบอลโลก
“ทำให้มีหลายแบรนด์ที่อยากจับกระแสเรื่องฟุตบอลโลกต้องใช้วิธีทางอ้อมในการโฆษณา ด้วยการซื้อเวลาในช่วงก่อนหรือหลังที่จะมีการถ่ายทอด หรือการเข้าไปสปอนเซอร์รายการข่าวกีฬาที่มีการวิเคราะห์ผลบอล ซึ่งก็เป็นวิธีการที่จะกระจายเม็ดเงินออกไป”
อีกปัจจัยหนึ่งในเชิงของการตลาดคือวันนี้ Sport Marketing ไม่ได้อยู่ในวงจำกัดแค่ฟุตบอลเท่านั้น แม้ว่าฟุตบอลจะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดก็ตาม แต่แบรนด์ก็มีทางเลือกมากมายในการสร้างสรรค์งานโฆษณา กิจกรรมทางการตลาดไปยังกีฬารูปแบบอื่นๆ ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ