สถาปัตยกรรมแบบ End-to-End NVMe ของ PowerMax รองรับการเชื่อมโยงแบบNVMe-over-Fabrics และมีการนำหน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบหน่วยความจำระดับสตอเรจ (SCM – Storage Class Memory) ที่ให้ความเร็วสูง ไม่ทำให้ระบบงานล่าช้า จึงทำให้ PowerMax นอกจากจะให้ความฉลาด ให้ประสิทธิภาพและความเร็วสูงแล้ว ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับเวิร์กโหลดด้านแอปพลิเคชันได้ตามต้องการมากที่สุดในโลก
นอกจากนี้ PowerMax OS ยังมีกลไกด้านแมชชีนเลิร์นนิ่งที่บิวด์-อินมาในตัว ทำให้สตอเรจที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง (Autonomous Storage) กลายเป็นความจริง โดยใช้ระบบวิเคราะห์เชิงพยากรณ์พร้อมการรู้จำรูปแบบ (Pattern Recognition) เพื่อขยายประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ระบบแมชชีนเลิร์นนิ่งที่บิวด์-อิน เป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้ใช้ SCM ได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ยังเป็นเพียงบริษัทเดียวที่สามารถมอบอัจฉริยภาพด้านซอฟต์แวร์สตอเรจในระดับนี้ได้ โดยปัจจุบันสามารถวิเคราะห์ชุดข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้มากถึง 4.25 แสนล้านชุด ครอบคลุมฐานข้อมูลลูกค้าใน All-Flash แบบไฮ-เอนด์ ได้ทั้งหมด
PowerMax ยังรวมเรื่องการทำ Inline Deduplication และ การบีบอัดข้อมูลแบบล้ำหน้า ช่วยลดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลได้มากถึง 5 ต่อ 1 อีกทั้งยังคงเน้นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงการปกป้องข้อมูลและให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน PowerMax มีเสถียรภาพสูงระดับ 6x 9s (99.9999%) เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าระบบจะไม่มีดาวน์ไทม์เกิดขึ้น (Zero Downtime) ในขณะที่ใช้แอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจ
โซลูชั่นสตอเรจถูกนำมาใช้งานในระบบโครงสร้างแบบควบรวม (Converged Infrastructure) กันมากยิ่งขึ้น เช่น Dell EMC VxBlock System 1000 โดยในฐานะที่เดลล์ อีเอ็มซี เป็นผู้ให้บริการระบบโครงสร้างแบบควบรวมชั้นนำในอุตสาหกรรม จึงได้ขยายทางเลือกสำหรับลูกค้า VxBlock 1000 ให้ได้รับประโยชน์จากสตอเรจที่ฉลาด รวดเร็วและให้ประสิทธิภาพสูง ด้วยการสนับสนุนใหม่สำหรับ PowerMax พร้อม end-to-end NVMe และ XtremIO X2 All-Flash arrays นั่นหมายความว่าระบบ VxBlock จะทำลายข้อจำกัดทางกายภาพของ CI แบบเดิม พร้อมช่วยให้องค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซ ได้รับความเรียบง่ายและความยืดหยุ่นที่มากยิ่งขึ้น โดยช่วยเร่งไปสู่การปฏิรูปไอทีและดิจิทัลได้เร็วยิ่งขึ้น
การเร่งติดตั้ง PowerMax หรือ VxBlock บนสภาพแวดล้อมการทำงานได้รวดเร็ว จะยิ่งช่วยให้ลูกค้ามีข้อได้เปรียบจากการใช้บริการ ProDeploy Plus ของเดลล์ อีเอ็มซี ช่วยให้นำมาใช้งานได้เร็วขึ้นถึง 66% และลดการใช้บริการฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคลงได้ถึง 49% นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือก ProSupport Plus เพื่อการสนับสนุนในระดับที่ดีที่สุดได้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมสภาพแวดล้อมการทำงานทั้งหมด โดยให้บริการตอบสนองได้เร็วขึ้นถึง 75%
Dell EMC XtremIO Replication และราคาเริ่มต้นใหม่
XtremIO X2 All-Flash arrays มีการอัพเดMครั้งใหญ่ด้วยระบบปฏิบัติการ XIOS 6.1 ใหม่ รวมถึงการทำ Replication ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในอุตสาหกรรมตลอดเครือข่าย WAN ซึ่ง native replication ที่รู้จัก X2 metadata จะให้ประสิทธิภาพสูงและให้การปกป้องข้อมูลเพิ่มขึ้นไปอีกระดับสำหรับการทำเวิร์คโหลดแอพพลิเคชั่น โดย XtremIO replication จะส่งเฉพาะข้อมูลที่แตกต่างไปยังไซต์งานที่อยู่ไกลเพื่อลดความจำเป็นในการใช้แบนด์วิดธ์ได้ถึง 75% หรือมากกว่านั้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเครือข่ายไปได้มาก การทำ Replication ของ XtremIO ใช้พื้นที่สตอเรจที่ไซต์งานที่ทำ disaster recovery น้อยลงถึง 38% และดำเนินการด้วยประสิทธิภาพที่คาดการณ์ได้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำ Recovery ที่ 30 วินาที
นอกจากนี้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ยังได้แนะนำ Dell EMC X2 ใหม่ในโมเดลเริ่มต้นสำหรับลูกค้า ที่ค่าใช้จ่ายถูกลงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 55% ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่มี metadata เป็นศูนย์กลางซึ่งเป็นจุดต่างของ XtremIO พร้อมบริการข้อมูลเต็มรูปแบบรวมถึงการทำ Inline Data Reduction (การทำสำเนาที่ประหยัดพื้นที่ในหน่วยความจำ การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน (Deduplication) และการบีบอัดข้อมูล (Compression) โดย XtremIO ยังสามารถมอบความพร้อมใช้งานได้มากกว่า 5x 9s (99.999%) ช่วยให้ลูกค้าได้ความสามารถในระดับของเอ็นเตอร์ไพร์ซ ในราคาเริ่มต้นสำหรับขนาดกลาง
การวางจำหน่าย
โซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัยของเดลล์ อีเอ็มซี ทั้ง PowerMax และ XtremIO X2 ที่มาพร้อม native replication และ VxBlock System 1000 พร้อม XtremIO X2 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในตอนนี้ โดย VxBlock System 1000 พร้อมการสนับสนุน PowerMax จะเปิดตัวในช่วงฤดูร้อนนี้
ข้อมูลเพิ่มเติม