ในความหมายของคุณสุพัตรา คำว่า “เฉพาะกลุ่ม” นั้น ยังสามารถแบ่งผู้บริโภคออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
1.ไล่ตั้งแต่ แนวโน้มมี “คนโสด” มากขึ้น และ “ครอบครัวขนาดเล็ก” จะขยายตัวเพิ่มขึ้น
2. Aging Population หรือคนอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีมากขึ้น เพราะโลกสมัยใหม่ คนกินดี อยู่ดี การดูแลรักษาดีขึ้น ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น
3.ผู้บริโภคกลุ่ม “Millennials” จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและจะเข้ามาทวีการมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องจับกลุ่มนี้ให้ติด
สอง โลกเข้าสู่ยุค “Digital Revolution” สะท้อนได้จากการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2560 มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานอยู่จำนวนทั้งสิ้น 121.53 ล้านเลข เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทย 67 ล้านคน ขณะเดียวกันอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตในไทย เติบโตถึง 60% และทุกวันนี้ การติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรม การค้นหาข้อมูลข่าวสาร 85% ทำผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile First สังเกตได้จาก กรุงเทพฯ ติด Top 5 ของจำนวนผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก ประเทศไทย ติด Top 5 ที่นิยมดู Content ต่างๆ ผ่านวิดีโอ ออนไลน์ และมีผู้ใช้ LINE ติดอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น
สาม “Health and Well-Being” ไม่ใช่แค่กระแส แต่มันได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไปแล้ว แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ก็คือ คำว่า Heath ของแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นของคนที่อยู่ในกลุ่ม Aging คำว่า Health จะหมายถึง Health Health ขณะที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล จะหมายถึง Health & Beauty ที่มองเรื่องของสุขภาพควบคู่ไปกับเรื่องของความสวยงามหรือดูดี จึงต้องจับ Insight ของคนแต่ละกลุ่มให้ได้ว่าความต้องการของพวกเขาอยู่ตรงไหน
สี่ Environment สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวคนเราทุกคน และนับวันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ต่อไปในอนาคตจะเห็นนวัตกรรมสินค้าที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เช่น สินค้าที่ใช้พลังงานทดแทน หรือสินค้าที่ไม่ทายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ทั้งหมดนั้น คือความเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาดที่ถูกพัฒนาหรือ Develop โดยผู้บริโภคอย่างแท้จริง