นอกจากเครื่องดื่มอัดลม น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และเครื่องดื่มเติมเต็มความสดชื่นแล้ว ในระดับโลก โคคา-โคลา ยังเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดกาแฟและชา กับแบรนด์มูลค่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างจอร์เจียคอฟฟี่ที่มียอดขายสูงสุดในเซ็กเม้นต์กาแฟพร้อมดื่ม ในขณะที่ชาอายาทากะ และฟิวส์ที ในเซ็กเม้นต์ชา ก็ได้รับความนิยมในระดับโลก
“โคคา-โคลาทำงานอย่างหนักเพื่อคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันไปของผู้บริโภค โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อก้าวให้ทันเทรนด์ผู้บริโภคและโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”
ในยุคที่เทรนด์สุขภาพเพิ่มความสำคัญมากขึ้น โคคา-โคลาได้ปรับสูตรลดน้ำตาลในผลิตภัณฑ์หลายชนิด และในประเทศไทยได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่ว่าจะเป็นอควาเรียส มินิทเมด ออเรนจ์ ไฟเบอร์ และ มินิทเมด ฮันนี่ เลมอน ส่วนซิโค่ น้ำมะพร้าว 100% ก็เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ผลิตจากมะพร้าวคุณภาพชั้นเลิศของไทย ไม่เติมน้ำตาลและสารเติมแต่งอื่นๆ ทั้งหมดนี้ ยังคงให้รสชาติที่ผู้บริโภคชื่นชอบและคุณภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน ในระดับโลกยังมีบรรจุภัณฑ์ที่เล็กลง และสะดวกมากขึ้นให้ผู้บริโภคเลือกสรร โดยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโค้กในขนาด 180 มิลลิลิตร และโค้ก พลัส คอฟฟี่ในขนาด 240 มิลลิลิตร ก็เริ่มมีวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วเช่นกัน
“แม้ว่าโค้กจะเป็นผลิตภัณฑ์และแบรนด์หลักที่ผู้บริโภคคุ้นเคย แต่โคคา-โคลาก็อยากให้ผู้บริโภคได้ลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในพอร์ตโฟลิโอที่ไม่ได้มีเพียง น้ำอัดลม แต่ยังมีน้ำผลไม้พร้อมดื่ม และเครื่องดื่มเติมเต็มความสดชื่น ทั้งที่มีน้ำตาลปริมาณปกติ น้ำตาลน้อย และไม่มีน้ำตาล ซึ่งทั้งหมดนี้คิดค้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย และเหมาะกับทุกคน ในทุกช่วงเวลาของชีวิต สะท้อนจุดยืนของโคคา-โคลาเพื่อเป็นแบรนด์ที่ทั้ง “เข้าใจ” และ “เข้าถึงใจ” ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง” คลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคลา ประจำประเทศไทยและลาว กล่าวปิดท้าย