ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจจึงต้องมีการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด เริ่มตั้งแต่การเชื่อมโยงการทำความเข้าใจกับลูกค้าเป้าหมาย และอาศัยทรัพยากรทางการตลาด นั่นคือ ทักษะและความสามารถของนักการตลาดในการทำความเข้าใจกับการให้คุณค่าของลูกค้า เพื่อนำมาจัดวางยุทธวิธีและส่วนประสมทางการตลาด ตั้งแต่การกำหนดแผนงานด้านสินค้าและบริการ ในด้านคุณภาพ การออกแบบ รูปทรง และการบรรจุหีบห่อ ทำการผลิตและมีกระบวนการให้บริการอย่างไร ต่อไปถึงการจัดจำหน่าย ที่ต้องตัดสินใจว่าจะใช้คนกลางทางการตลาดแบบใด มีช่องทางการจัดจำหน่ายกี่ระดับ เช่น มีผู้ค่าส่ง หรือผู้ค้าปลีก ฯลฯ
หลังจากนั้น ธุรกิจต้องทำการสื่อสารกับลูกค้าให้ทราบถึงลักษณะสินค้า และคุณประโยชน์ของสินค้าและบริการโดยใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดที่เรียกว่า การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communications: IMC) ได้แก่ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การขายตรง และการใช้พนักงานขาย เพื่อสร้างตราสินค้า รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อ และสุดท้ายคือตั้งราคา (Pricing) ว่าจะกำหนดราคาจากฐานของต้นทุน หรือตั้งราคาตามกำไรที่ต้องการ หรือมีการใช้ราคาเป็นการจูงใจและกระตุ้นลูกค้า นอกจากนี้ นักการตลาดยังต้องนำความคิดเห็นสาธารณะและปัจจัยทางการเมืองมาพิจารณาในการกำหนดส่วนประสมทางการตลาดด้วย
คอตเลอร์ และอาร์มสตรอง (Kotler and Armstrong) กล่าวว่า แนวคิดทางการตลาดที่สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันจะเน้นไปที่ลูกค้าเป็นแรงขับเคลื่อน (Customer Driven Marketing Strategy) โดยนักการตลาดต้องมีความเข้าใจในผู้บริโภค และมีการบริหารการตลาด ที่ออกแบบเพื่อสนองความแตกต่างของลูกค้าในแต่ละคน อันประกอบด้วย
1. การแบ่งส่วนตลาดของลูกค้า (Divide Markets into Segments)
2. การเลือกส่วนตลาดเป้าหมาย (Choose the Right Segment to Target)
3. การนำเสนอคุณค่าของธุรกิจให้กับลูกค้า (Offer a Unique Value Proposition)
4. การสร้างให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างของคุณค่าที่เสนอให้จากคู่แข่ง (Differentiate Your Offer From Competitor Offers)
5. การสร้างความพึงพอใจและสร้างคุณค่าในการใช้สินค้าให้กับลูกค้า (Build Customer Value and Satisfaction)
6. การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า (Building Long-term Customer Relationships)
ในการใช้กลยุทธ์แรงผลักดันโดยผู้บริโภค หรือใช้ผู้บริโภคเป็นแรงขับเคลื่อนนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในการเลือกกลุ่มตลาดเป้าหมาย และวิธีการในการสร้างความสัมพันธ์ที่ได้ผล ด้วยการส่งมอบคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ ด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่หลากหลายและผสมผสานกันอย่างแตกต่างไปตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มากกว่าการสร้างส่วนประสมทางการตลาดที่ยึดเอาสินค้าหรือองค์กรเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับส่วนประสมทางการตลาดที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ จะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการตลาด นั่นคือ การส่งเสริมการขายซึ่ง Kotlerand Armstrong ได้ให้ความหมายไว้ว่า การส่งเสริมการขาย คือ สิ่งจูงใจระยะสั้นที่กระตุ้นการซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์หรือบริการ ในขณะที่โฆษณาและการขายโดยพนักงานเป็นการให้เหตุผลของการซื้อสินค้าหรือบริการนั้น แต่การส่งเสริมการขายเป็นการให้เหตุผลว่าต้องทำการซื้อสินค้านั้นทันที
ตัวอย่างของการส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) เช่น การลดราคา การแจก การแถม การให้ชิงโชค ให้คูปอง จับสลาก การให้สินค้าตัวอย่าง การแจกของชำร่วย การจัดแสดงสินค้า เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อทั้งเร็วขึ้นและซื้อมากขึ้นด้วย