ด้าน คุณหญิง จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ร่วมก่อตั้ง RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรและสตาร์ทอัพ กล่าวว่า “RISE เล็งเห็นว่า การผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิตอลอย่างผู้ที่ได้เปรียบในระดับสากลนั้น องค์กรขนาดใหญ่ มีส่วนสำคัญต่อการสร้าง New-S Curve ให้กับประเทศเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีแนวคิดและธุรกิจบริการใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างไปจากในองค์กร แต่มีความรวดเร็วในการดำเนินงานและสามารถทำงานในรูปแบบพาร์ทเนอร์ที่เติมเต็มความเชี่ยวชาญทางธุรกิจขององค์กรขนาดใหญ่ ร่วมกันขยายตลาดให้เติบโตอย่างรวดเร็วได้ โดยปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิตอล มีแนวโน้มเติบโตถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาเซียนถือว่า เป็นภูมิภาคที่ได้เปรียบตรงที่เป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ด้วยจำนวนประชากรรวมกว่า 620 ล้านคน รองจากจีนและอินเดีย โดยงาน D-Next: Demo Day 2018 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่สตาร์ทอัพในภูมิภาคอาเซียนและประเทศอื่นๆทั่วโลก รวมถึงนักลงทุน และผู้บริหารกลุ่ม ปตท. จะได้สร้างเครือข่ายเพื่อร่วมมือกันต่อยอดการดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล”
สำหรับสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ (D-NEXT Award) จากผลการตัดสินของคณะกรรมการ ได้แก่ ทีม BBP (Barghest Building Performance) สตาร์ทอัพด้าน Energy Tech จากประเทศสิงคโปร์ นำเสนอระบบควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารด้วยอัลกอริทึ่มอัจฉริยะแบบ Real-time ทำให้เพิ่มหรือลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในอาคารได้อย่างเหมาะสมด้วยระบบอัตโนมัติ ลดการใช้พลังงานลงได้สูงสุดถึง 40 % ตลอดจนลดค่าใช้จ่าย และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดย BBP จะคิดค่าบริการตามสัดส่วนพลังงานที่ช่วยให้ธุรกิจประหยัดลงได้
นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัล Fan Favorite Award ได้แก่ ทีม UpUp App สตาร์ทอัพด้าน HR Tech จากประเทศเวียดนาม นำเสนอแอพพลิเคชั่นในรูปแบบเกมที่ช่วยสร้างความผูกพันของพนักงาน ด้วยการสะสมคะแนนแลกรับของรางวัล ตามเป้าหมายและผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่ตั้งไว้ ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน ทำให้วัดผลการดำเนินงานได้เร็วขึ้น และเพิ่มความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กร