ในอนาคตเราจะเห็นว่า เทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามามีบทบาทต่องานบริการสาธารณะมากขึ้น ประชาชนจะติดต่องานกับภาครัฐ โดยผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของตัวเอง. หรือแม้แต่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนจะลดลง และการทำหน้าที่คนกลางต่างๆ จะหายไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายของภาครัฐสมัยใหม่ที่จำเป็นจะต้องวางกฎระเบียบการกำกับดูแล เพื่อควบคุมระบบสังคม เศรษฐกิจให้เป็นระเบียบ ขณะเดียวกันต้องไม่ไปปิดกั้นเทคโนโลยี พร้อมทั้งต้องส่งเสริมเอกชนที่มีความพร้อมให้เขาสามารถเติบโต เป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
นอกจากนี้ ในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัลก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในอนาคตความเป็นไปได้ที่แต่ละประเทศจะมีการออกเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง หรือการแปลงสินทรัพย์กายภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่า จะส่งผลทำให้ประเทศมีความมั่งคั่งมากขึ้น และเมื่อประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็ยิ่งส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ อย่างเช่นเอสโตเนียก็ได้ปรับตัวเป็นประเทศดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ มีการทำติดต่องานของภาครัฐในรูปแบบออนไลน์ดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น มีความสะดวกรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ ซึ่งเอสโตเนียก็เป็นต้นแบบให้รัฐบาลอีกหลายประเทศดำเนินการตาม
เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มพลังให้ภาคธุรกิจ
ในวันเดียวกัน ได้มีการอภิปรายหัวข้อ "Powering Business Competitiveness through Digitalization โดยนายชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS) ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อทุกอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันธุรกิจยุคใหม่ก็นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรของตัวเอง เห็นได้ชัดอย่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ว่าจะด้านเสียง ภาพ วีดีโอ หรือ ข้อความ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ต่อยอดมาสร้างบริการใหม่ ๆเพื่อต่อยอดธุรกิจ
ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ระบุว่า บทบาทของสำนักงานฯ คือการยกระดับการบริการของภาครัฐ ซึ่งจะเน้นภารกิจการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานราชการ ในการให้บริการประชาชน ซึ่งในเดือนสิงหาคมก็จะมีการยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านในการติดต่อหน่วยงานราชการ ขณะเดียวกันจะมีการผลักดันการเปิดข้อมูลภาครัฐให้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันจะมีการเปิดระบบให้ภาคเอกชนมาเชื่อมต่อ ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ และในอนาคตทางสำนักงานฯได้วางแผนที่จะนำเอกสารหนังสือสัญญาทั้งหมดของราชการเปิดเผยออกมาให้ประชาชนรับรู้ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารงาน นอกจากนี้ทางสำนักงานฯยังจะร่วมกันวางระบบบริการภาครัฐ เป็นแบบจุดเดียวครบวงจร (one stop service) และการลดขั้นตอนการขอใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของยกระดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ หรือ Doing Business