ถ้าจะถามว่า หลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE) เหมาะกับใคร คุณวีรานันท์ พิพัฒวงศ์เกษม ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ตั้งแต่คิดค้นหลักสูตร เราตั้งเป้าไว้อยู่แล้วว่า FTE จะต้องตอบโจทย์ 3 กลุ่ม ได้แก่
“ทายาทธุรกิจ” ซึ่งปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ที่ต้องสืบทอดกิจการต่อจากรุ่นพ่อแม่ แต่ปัญหาที่พบบ่อย คือ ความกดดันในการรับช่วงต่อ อาจจะด้วยแนวคิดทัศนคติที่ต่างจากคนรุ่นก่อน การยอมรับจากคนในองค์กร ฯลฯ เนื้อหาในหลักสูตรจะช่วยให้คำแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหา เช่น การปรับระบบบริษัทจากธุรกิจครอบครัวมาเป็นการบริหารแบบมืออาชีพ วิธีการรับมือในการทำงานกับพ่อแม่ญาติพี่น้อง หรือ การค้นหาแนวทางที่จะออกมาสร้างธุรกิจเอง เป็นต้น
“เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่” มีเพียงแค่ 10% ของ Startup และ SMEเท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จ ส่วนอีก 90% กลับไปไม่ถึงฝัน เนื้อหาในหลักสูตรนี้จะช่วยแนะนำแนวทางในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อทำให้เข้าใจว่าทำอย่างไร ธุรกิจจะสามารถอยู่ในกลุ่ม 10% ที่ประสบความสำเร็จ
“พนักงานบริษัท” ผู้ที่อยากก้าวข้าม income security และมีความฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจ หลักสูตรนี้จะช่วยค้นพบตัวตนว่าเราพร้อมและเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจจริงๆ หรือไม่
จุดขายที่แตกต่าง
ความมุ่งมั่นของผู้บริหารและทีมงานที่ต้องการจะพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อสอดคล้องกับการทำธุรกิจในยุคดิจิตอล FTE จึงได้ถูกพัฒนา เพื่อเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่มีความพร้อมในเรื่องเงินทุน เครือข่าย เทคโนโลยี และพื้นที่ขาย ที่จะผลักดัน SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ว่าจบหลักสูตรไปแล้ว ทุกธุรกิจสามารถหารือเพื่อขอคำปรึกษาจากทีมวิทยากรและได้รับการดูแลจากทีมงานอย่างต่อเนื่องถาวร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะหลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์ให้เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ผู้มาเข้าร่วม FTE ช่วยเหลือดูแลกันแบบคนในครอบครัว วีรานันท์ พิพัฒวงศ์เกษม กล่าวปิดท้าย