BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
42,893
VIEWS

แอมเวย์ประเทศไทย ตำนานธุรกิจขายตรง

ก.ค. 24, 2561

“แอมเวย์” เป็นหนึ่งในธุรกิจขายตรงที่มีไดนามิคตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย การันตีความสำเร็จด้วยยอดขายกว่า 18,300 ล้านบาท ในปี 2560 เติบโต 5% จากปี 2559 และถือเป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานาน 30 ปี

แอมเวย์ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2530 สำนักงานใหญ่แห่งแรกตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร เริ่มแรกสำนักงานมีพื้นที่เพียง 700 ตารางเมตร มีพนักงาน 10 คน เริ่มทำตลาดจากสินค้า 7 รายการ ซึ่งสินค้าที่คนไทยรู้จักมากที่สุดในยุคนั้น คือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด LOC และผงซักฟอก SA8

แอมเวย์ประเทศไทย เป็นอันดับที่ 19 ของแอมเวย์ทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 5 ในเอเชีย รองมาจากประเทศฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน

ปัจจุบัน แอมเวย์ประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่มีขนาดพื้นที่มากถึง 9,440 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนถนนรามคำแหง กรุงเทพมหานคร มีร้านสะดวกซื้อแอมเวย์ 83 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 รองมาจากประเทศจีน และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายกว่า 500 รายการ มีนักธุรกิจแอมเวย์ที่มีการต่ออายุสมาชิกภาพรวมกว่า 330,000 รหัส และสมาชิกผู้ใช้สินค้าแอมเวย์ที่ต่ออายุสมาชิกภาพอีกกว่า 720,000 รหัส

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน แอมเวย์เป็นธุรกิจขายตรงรายแรกที่เข้ามาทำให้คนไทยรู้จักกับคำว่า “ธุรกิจขายตรง” โดยมีรูปแบบการทำตลาดที่เรียกว่า ระบบการตลาดหลายชั้น หรือ MLM (Multi-level Marketing) การสร้างแบรนด์ในยุคแรกๆ จึงค่อนข้างลำบาก เพราะคนมักเข้าใจว่า เป็นธุรกิจเกี่ยวกับสายการบิน แต่เมื่อบอกว่า เป็นธุรกิจขายตรง หรือ Direct Sales ก็ยิ่งถูกมองในแง่ลบ เพราะในยุคนั้นได้เกิดธุรกิจแชร์ลูกโซ่ชื่อดังที่สร้างความเสียหายให้กับผู้คนจำนวนมาก

“ในยุคแรก เราจึงต้องกลับมาสร้างพื้นฐานก่อนการสร้างแบรนด์ ด้วยการทำให้คนเห็นว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ถูกต้อง และสร้างอาชีพได้ โดยใช้ Word of Mouth เพราะถ้าคุณสร้างแบรนด์มาแล้วแต่ตัวอุตสาหกรรมยังมีภาพลักษณ์ในเชิงลบ พูดอย่างไรก็คงไม่มีคนเชื่อ คุณต้องปรู๊ฟด้วย Fact และต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ด้วยการสร้างตัวนักธุรกิจขึ้นมา และสร้าง Credibility จากความเป็นจริง มีตัวตนจริง สร้างอาชีพจริง และสินค้ามีคุณภาพจริง”

คุณกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์แอมเวย์ในประเทศไทยในยุคแรกๆ พร้อมให้ข้อมูลของ Brand Journey ของแอมเวย์ในยุคต่อๆ มาว่า

หลังจาการสร้างรากฐาน และความเชื่อมั่นในยุคแรก ก็เข้าสู่ยุคที่ 2 ของการสร้าง Corporate Brand กับความท้าทายที่คนยังมองว่า สินค้าของแอมเวย์มีราคาแพง จึงต้องใช้กลยุทธ์ในการเปลี่ยน Brand Image ให้กับสินค้าแอมเวย์ด้วยการสร้าง Key Message ที่จะทำให้ผู้บริโภคมองว่า สินค้าแอมเวย์ไม่ได้แพงอย่างที่คิด

“เพราะแอมเวย์เป็นสินค้า Concentrate จึงมีความคุ้มค่ากว่าสินค้าที่ขายอยู่ตามร้านค้าปลีกทั่วไป เราใช้ Mass Communication ทำให้คนเริ่มรู้จัก เมื่อคนเริ่มเห็นและเชื่อว่าเรามีตัวตน บวกกับการใช้แมสมีเดียเข้าไปซัพพอร์ตในช่วงแรกๆ ก็ส่งผลให้แบรนด์เกิดการพัฒนาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อคนเริ่มมองเห็นว่าสินค้าแอมเวย์ราคาไม่แพง เราจึงมาพัฒนาต่อด้วยการบอกจุดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพด้วยแคมเปญ 5 ป คือ ประโยชน์ ประหยัด ประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประกันความพอใจ แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จมากๆ เพราะในยุคนั้นไม่มีใครออกมาพูดในเรื่องของการรับประกันความพึงพอใจ แอมเวย์จึงเป็นเจ้าเดียวในตอนนั้นที่กล้ารับประกันความพอใจ เปลี่ยนคืนสินค้าได้หากไม่พอใจ”

ถัดมาเป็นยุคของการสร้าง Product Brand มีอาร์ทิสทรี และนิวทริไลท์เป็นตัวเอก ซึ่งแอมเวย์เลือกสร้าง Brand Awareness กับอาร์ทิสทรีก่อนเพราะเป็นแบรนด์ที่สามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้ ในขณะนิวทริไลท์ที่เป็นสินค้าหลักของแอมเวย์ เป็น Health&Beuaty ในกลุ่มอาหารเสริมจึงติดกฎระเบียบของ อย. ทำให้ไม่สามารถพูดในเรื่องของคุณประโยชน์แบบตรงๆ ได้ แอมเวย์จึงทำ Storytelling ของนิวทริไลท์ด้วยการสร้าง Credibility ชูจุดเด่นในเรื่องของฟาร์มออร์แกนิกส์ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Seed to Serve ดูแลตั้งแต่การเพาะปลูก กระบวนการผลิต และการส่งถึงผู้บริโภค

“เรามีสตอรี่ที่อะแมซิ่งมาก เพราะเราดูแลดินด้วยไส้เดือนอียิปต์ที่ไชดินตามแนวลึก ดูแลศัตรูพืชด้วยด้วงเต่า กำจัดพวกหนู หรือสัตว์รบกวนต่าง ๆ ด้วยนกอินทรีย์  ใช้น้ำจากลำธารจากภูเขา ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มีคนสนใจมาก แต่ความท้าทายก็ยังวนกลับมาเรื่องเดิมว่ากินนิวทริไลท์แล้วดีอย่างไร แม้ว่าคนจะสนใจมากแต่เราพูดไม่ได้ เราเลยใช้ 2 ทาง คือ การสร้างแบรนด์ด้วย Mass Communication โดยเน้นในเรื่องของ Brand Story ที่เป็นออร์แกนิกฟาร์ม และการอาศัยพลังที่ดีจาก Word Of Mouth ของตัวแทนแอมเวย์ที่ช่วยตอกย้ำคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์จนทำให้คนเห็นภาพมากขึ้น”

คุณกิจธวัช กล่าวเสริมถึง Brand Journey ในยุคที่ 4 ซึ่งเป็นการขยายฐานตลาดจากการสร้างแบรนด์ที่เป็น Consumer Product เพื่อทำให้คำว่า “แอมเวย์” ขยายวงกว้างขึ้น และเข้าถึงบ้านกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด เพราะกลุ่มเป้าหมายของแอมเวย์ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้หญิง หรือคนที่รักสุขภาพ และแอมเวย์ก็เกิดจากเพอร์ซันนัลแคร์ และของใช้ในบ้านที่ช่วยสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้กับแอมเวย์ได้อย่างมากมาย

ครั้งนี้ แอมเวย์เลือกยาสีฟัน “กลิสเตอร์” มาเป็นฮีโร่ในการขยายฐานตลาดของแอมเวย์ โดยใช้ Key Story ที่สร้างไว้ตั้งแต่แรก คือเรื่องของ 5 ป กลายเป็นว่า กลิสเตอร์ไปดึงจุดขายของยาสีฟันยี่ห้ออื่นๆ ในตลาดมารวมไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Total 24 Hours หรือการเป็นยาสีฟันขจัดคราบชากาแฟ ไปจนถึงเรื่องของการเป็นยาสีฟันขจัดกลิ่นปาก ทำให้กลิสเตอร์กลายเป็นยาสีฟันที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งแคมเปญนี้ก็ทำมานาน 4 – 5 ปี ก็ยังได้รับความนิยมอยู่  

“ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ตลอดระยะเวลาของการโปรโมทแบรนด์แอมเวย์ เราไม่เคยบอกเลยว่าเราเป็น International Company เพราะเราเชื่อว่าแบรนด์เราถ้าจะให้ใกล้ชิดกับคนไทย เราไม่ควรทำตัวเป็นต่างชาติ เราเลยหลีกเลี่ยงเรื่องนี้มาโดยตลอด”

มาถึงวันนี้ Brand Journey ของแอมเวย์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นยุคดิจิทัลที่ถือเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของทุกๆ แบรนด์ไม่ใช่เฉพาะแต่แอมเวย์ เพราะเป็นยุคที่การโฆษณากลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่เชื่อถือน้อยที่สุด และไม่สามารถใช้ Mass Media มาสร้างแบรนด์ได้เหมือนสมัยก่อน เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนไปอยู่ที่โลกของโซเชียล หรือโลกของดิจิทัลกันหมด และมีแนวโน้มว่า คนจะเชื่อถือ Influencer มากกว่าบริษัทที่เป็นผู้ผลิตสินค้า ทำให้วันนี้แอมเวย์ต้องเปลี่ยนแนวทางการสื่อสารมาที่เรื่องของ Influencer ด้วยเช่นกัน  

แต่การใช้ Influencer หรือบล็อกเกอร์รีวิว แอมเวย์ยังเน้นการใช้คนที่มีประสบการณ์ตรง หรือเคยใช้สินค้าของแอมเวย์จริงๆ ใช้แล้วเกิดความประทับใจเขาจึงจะรีวิวสินค้าได้จากความเป็นจริง หรือหากใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง คนๆ นั้นก็ต้องผ่านกระบวนการของการทำแคมเปญร่วมกับแอมเวย์มาก่อน เช่น แคมเปญของ Body Key ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักที่มีโก๊ะตี๋เข้าร่วมทำแคมเปญ ซึ่งลดได้ถึง 20 กิโลกรัม และปีนี้ก็ยังดำเนินกิจกรรมต่อเป็นปีที่ 2  

“ความท้าทายในเรื่องของ Storytelling นอกจากจะมีคนที่ไม่เชื่อในโฆษณาแล้ว ในโลกดิจิทัลคนยังต้องเสพเมสเสจจำนวนมากทุกวันทั้งจากเฟสบุ๊ค ไลน์ และช่องทางอื่นๆ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เขาหยุดอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ 2 วินาทีแรก โดยไม่ผ่านไป เป็นความท้าทายที่แอมเวย์ก็ยังตีโจทย์ไม่แตกแต่เราพยายามอยู่ ซึ่งการสร้างแบรนด์ในวันนี้ต้องเป็น Journey พิเศษ เมื่อคนไม่อยู่กับโฆษณา เราจึงต้องแฝงตัวไปกับสิ่งที่เขาอยากจะดู เช่น การ Tie-in สินค้าไปกับละคร แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน และบางครั้งก็อาจถูกต่อต้าน”

คุณกิจธวัช ย้ำว่า Storytelling ที่จะมีประสิทธิภาพมากๆ ในเรื่องของการสร้างแบรนด์ อย่างแรก ต้องเป็นเรื่องราวที่โดนใจตั้งแต่แรกเห็น สามารถดึงให้คนอยู่ไม่เลื่อนผ่าน และต้องเป็นเรื่องราวที่ใกล้ตัว เป็นชีวิตจริงมากๆ ซึ่งความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญมาก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้ายทายมากในการทำ Storytelling ในยุคปัจจุบัน

วันนี้โลกกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัล การสื่อสารจึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่เพราะมีช่องทางที่หลากหลายมาก แต่ต่อให้แบรนด์ดีพร้อมแค่ไหนเขาก็พร้อมจะไม่เชื่อถ้าพูดอะไรที่ดูเป็นการโฆษณามากเกินไป

“สำหรับองค์กรที่อยู่มานาน และยังกินบุญเก่าในเรื่องของการ Branding ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำจึงเป็นเพียงการปรับตัวเพื่อเรียนรู้ตลาด และวิธีการที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากยุคก่อนๆ และย่อมหาทางออกได้ถ้าเข้าใจตลาด เข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และบนความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่าง การทำ Storytelling ที่ดีต้องอยู่บนแกนดั้งเดิมของเรา เพราะคือตัวตน เป็นดีเอ็นเอ เราแค่เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แค่เปลี่ยนยุคสมัย แค่แต่งหน้าทำผมใหม่ แต่ความเป็นตัวตนเรายังคงอยู่” คุณกิจธวัช กล่าว

“กิฟฟารีน” สุดปลื้ม! คว้า Thailand's Most Admired Company 4 ปีซ้อน ตอกย้ำ“ยืนหนึ่ง” บริษัทขายตรงน่าเชื่อถือสูงสุด

J&C เปลี่ยนเกมธุรกิจขายตรง จากเครือข่ายสู่แพลตฟอร์มสุขภาพ ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี

J&C ขึ้นแท่นองค์กรนวัตกรรมธุรกิจขายตรง สร้างนวัตกรรมเชิงระบบ ยกระดับธุรกิจขายตรงสู่ยุค AI Transformation

สินค้า บริการ และธรรมาภิบาล สูตรสำเร็จของ “กิฟฟารีน” บนเส้นทางธุรกิจขายตรงกว่า 30 ปี

โค้ชแบบไม่ต้องเจอหน้า กิฟฟารีนใช้ “AI Coach” เปลี่ยนเกมวงการขายตรง

ย้อนรอยตลาดขายตรง 3 ปีผ่านไป ใครมียอดขายเท่าไร

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact