กรุงศรีมีเอกสารสัญญาธนาคารที่ส่งต่อไปมาระหว่างธนาคารและบริษัทในเครือจำนวนมากในแต่ละวัน และโครงการนำร่องบล็อกเชนของไอบีเอ็มได้ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Related Party Transaction) ภายในองค์กร ด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้กับกระบวนการจัดเก็บเอกสารการให้บริการระหว่างธนาคารและบริษัทในเครือ อันเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกฝ่าย และช่วยให้กระบวนการมีความปลอดภัย โปร่งใส รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของธนาคารในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและบริการดิจิทัลแบงกิ้ง ทำให้กรุงศรีจำเป็นต้องมีพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่มั่นคงและแข็งแกร่ง การขยายข้อตกลงบริการกับทางไอบีเอ็ม เซอร์วิสนี้ ทำให้เรามั่นใจว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเราจะไม่เพียงแต่มีเสถียรภาพเท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เอไอ คลาวด์ และบล็อกเชน ในช่วงเวลาที่เรากำลังพัฒนาสู่การเป็นธนาคารดิจิทัลที่ดีที่สุดของไทย”
การขยายข้อตกลงความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างไอบีเอ็มกับกรุงศรี ครอบคลุมการบริการบริหารจัดการด้านไอที (managed services) ตั้งแต่เมนเฟรมไอบีเอ็ม z14 สตอเรจที่รวมถึงแฟลช เซิร์ฟเวอร์ เน็ตเวิร์ค และเอทีเอ็ม โดยข้อตกลงดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของกรุงศรีให้มีเสถียรภาพ สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับคลาวด์เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของธนาคารต่อไป
พรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นกับแนวทางการดำเนินการที่ก้าวล้ำของกรุงศรีภายใต้แผนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และยินดีอย่างยิ่งที่กรุงศรีเชื่อมั่นและไว้วางใจให้ไอบีเอ็ม เซอร์วิส สนับสนุนวิสัยทัศน์ของธนาคารในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ก้าวล้ำ เพื่อก้าวสู่การเป็นธนาคารที่มุ่งเน้นดิจิทัลของไทยต่อไป"