แน่นอนว่า หากคุณเป็นบัญชีแบบส่วนตัว คุณสามารถลหรือจำกัดการเข้าถึงหรือเห็นคอนเทนต์ได้อยู่แล้วโดยไม่ยาก แต่แน่นอนว่า เมื่อเราพูดถึงแบรนด์ หรือบัญชีแบบธุรกิจ รูปแบบบัญชีย่อมเป็นสาธารณะ ดังนั้น ตัวเลือกใหม่นี้ค่อนข้างเป็นประโยชน์และส่งผลต่อคุณภาพของฐานแฟนแก่เหล่าแบรนด์อยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการปรับปรุงคุณภาพของยอด Engagement rate ตลอดจน Reach บนแพลตฟอร์ม
แล้วมันช่วยได้อย่างไร? นี่สิ คือคำถาม
สมมติว่าธุรกิจของคุณมีบัญชี Instagram และเริ่มมีผู้ติดตามในจำนวนหนึ่ง พวกเขาจะมาติดตามโดยไม่ได้สนใจว่าคอนเทนต์คุณจะเป็นอย่างไร หรือคุณกำลังจะขายอะไร เขาแค่ติดตามไปอย่างนั้น นั่นอาจจะดีในช่วงแรกที่ช่วยทำให้คุณรู้สึกว่าคุณไมได้เงียบเหงาเดียวดายแต่มีฐานแฟนที่สนับสนุนคุณ แต่ในภาวะปัจจุบันนี้ที่แพลตฟอร์มเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพของ Engagement และคุณภาพของ Reach คุณก็จะเห็นได้ว่า ฐานแฟนที่คุณมีอยู่นั้นไม่น่าจะมีประโยชน์และช่วยสร้าง Performance ในแบบที่คุณคาดหวังเป็นแน่
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีผู้ติดตามจำนวน 100 คน และเพียง 2 คนเท่านั้นที่กดไลค์และมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ของคุณ นั่นอาจไม่ได้แปลว่าคอนเทนต์ของคุณไม่ดี ถ้าคุณลองคิดว่า คุณจะลดผู้ติดตามลงมาเหลือสัก 50 ก็จะพบว่า ยอด Engagement Rate ก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ นั่นแสดงให้เห็นว่า การมียอดผู้ติดตามที่ไม่ได้คุณภาพทำให้ผลลัพธ์การทำแคมเปญการตลาดของคุณไม่ได้คุณภาพเช่นกัน เรื่องนี้จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น หากคุณต้องทำสิ่งที่เรียกว่า
Influencer Marketing ที่ให้ความสำคัญอย่างมากต่อยอด Engagement ที่มีคุณภาพ ดังนั้น การมีฐานแฟนที่ได้คุณภาพและพร้อมจะมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์จริงๆ คือ ทางรอดของความท้าทายนี้