ด้วยเหตุผลของการที่สินค้า FMCG (Fast Moving Consumer Goods) เป็นสินค้าที่หมุนเวียนเร็ว การซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่แม้จะมีการวางแผนว่าจะซื้อสินค้าอะไร แต่ก็ไม่ได้มีการระบุแบรนด์ เพราะฉะนั้นแล้ว การกระตุ้นการซื้อ ณ จุดขาย จึงเป็นหัวใจสำคัญที่เข้ามาช่วยชี้ผลแพ้ – ชนะ ในการแข่งขันของตลาดนี้
การตัดสินใจซื้อสินค้าประเภทคอนซูเมอร์โปรดักต์หลายๆ ตัว จะเกิดจากสิ่งกระตุ้นอารมณ์ ณ จุดขายด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวดิสเพลย์ ตัวสื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ในสโตร์ หรือแม้กระทั่งพนักงานแนะนำสินค้า การจะกุมหัวใจของผู้บริโภคให้เด็ดขาดจริงๆ จึงจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ ณ จุดขาย ให้เป็นส่วนหนึ่งในเกมการแข่งขัน
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ก็คือ กลยุทธ์นี้ ไม่ได้เพียงแค่มองถึงการกระตุ้นการรีมายด์แบรนด์ แต่ต้องมีการทำให้เกิดการ Action ทันที ด้วยการที่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีให้การเข้ามาช่วยทำในเรื่องนี้ง่ายขึ้น ยิ่งผู้บริโภคในยุคนี้มีเวลาน้อย และพวกเขาคอนเน็คกับโลกออนไลน์มากขึ้น โดยคนไทยมีตัวเลขเฉลี่ยถึง 37 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การขายสินค้าของแต่ละแบรนด์จึงต้องหาช่องทางที่แตกต่างกัน เพราะผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูล พร้อมกับเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น
ผลจากการเข้ามา Disrupt ของดิจิทัล เทคโนโลยี ทำให้กลยุทธ์การตลาด ณ จุดขาย ต้องปรับเปลี่ยนไป เพราะผู้บริโภคถูกแวดล้อมด้วยเทคโนโลยี ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูล หรือสินค้าได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทต่อการซื้อสินค้า แต่กว่า 90% ของการซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้น ยังคงมาจากช่องทางขายที่เป็นออฟไลน์ เพียงแต่ว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันกับการเข้ามา Disrupt ของเทคโนโลยี และนี่คือ 5 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปของกลยุทธ์ ณ จุดขาย
1.เรื่องของการใช้มีเดียที่คอนเน็คกับผู้บริโภค เพื่อดึงให้พวกเขามาที่ ณ จุดขาย จากเดิมที่ในอดีตการใช้มีเดียจะเริ่มจากในบ้านที่สื่อหลักอย่างทีวีจะเข้ามามีบทบาท โดยมีสูตรของการใช้ ก็คือ การยิงสปอตโฆษณา 3 สปอต จะช่วยในการสร้างการรีมายด์แบรนด์ 1 ครั้ง
หลังจากนั้นจะเป็นการส่งต่อมายังสื่อโฆษณานอกบ้านต่างๆ และเมื่อมาถึงสโตร์หรือร้านค้าปลีกจะถูกรีมายด์ซ้ำด้วยสื่อในสโตร์ก่อนที่จะถูกดึงเข้าไป ณ จุดขาย ซึ่งการดีไซน์ดิสเพลย์ที่โดดเด่น และการออฟเฟอร์ผ่านโปรโมชั่นจะเข้ามาช่วยในการตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี
แต่เมื่อสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาท ทำให้การกระตุ้นตรงถึงผู้บริโภคเป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งดันน์ฮัมบี้ บริษัทชั้นนำที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภควิเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับการซื้อสินค้า ณ จุดขาย ของผู้บริโภค มีการทำในเรื่องของคอนเน็คมีเดีย ที่เรียกว่า Sociomantic จะมีรูปแบบการทำที่แตกต่างออกไป นั่นคือ ไม่ใช่แค่การสร้างการรีมายด์แบรนด์ แต่ทำให้เกิดการ Action หรือซื้อทันที ถือเป็นอีกความเปลี่ยนแปลงที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในช่วงเวลาที่อยู่ในบ้าน ซึ่งผู้บริโภคอาจจะตัดสินใจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือในสโตร์ที่ผู้บริโภคกำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่พอดี