2-3 วันที่ผ่านมา คงไม่มีกระแสเซียลใดที่จะแรงเท่ากับคลิปพี่วิน "มีนา โชติคำ" ที่พยายามจะเสนอให้รัฐจัดตั้งพื้นที่การเรียนรู้ใจกลางเมืองสำหรับทุกคน National Knowledge Center ซึ่งมีการแชร์และส่งต่อกันอย่างมากมายในโลกออนไลน์
คลิปดังกล่าวนำมาซึ่งข้อถกเถียงอย่างมากมาย
หลายคนตั้งคำถามว่ามีนา คำโชติมีตัวตนจรืงหรือไม่ หรือว่าเป็นเพียงแต่จิตนาการของผู้กำกับเท่านั้น
บางคนก็บอกว่าเป็นคลิปที่ดูถูกคนอีสาน
บ้างก็ชื่นชมความคิดของอาชีพคนขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
อย่างไรก็ตามในข้อถกเถียงทั้งหลายนี้ ก็นำพาไปสู่การที่คนไทยได้หยุดดู และรับรู้ถึงปัญหาหนึ่งในปัญหาการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมของไทย ที่ยังขาดหน่วยงานหรือสถานที่กลางที่จะมาช่วยส่งเสริมคนให้เกิดการเรียนรู้
คราวนี้เราลองมาฟังคำอธิบายจากคุณประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ หนึ่งในทีมครีเอททีฟโฆษณาชุดนี้กันครั[
Q : แล้วถึงคำถามที่ถามกันมาเยอะที่สุด “มีนา”นี่จริงไหม? นี่หลอกลวง?
A : ตอบนะครับ “ไม่มีจริง” มีนาเป็นแค่ตัวละคร คาแรกเตอร์ที่สร้างขึ้นในหนังโฆษณาที่เราเลือกจะนำเสนอแบบสารคดี
ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ทุกคนที่ถามผมเข้ามาส่วนตัวก่อนหน้านี้ผมก็บอกหมดว่าเป็นเพียงโฆษณา
เราไม่มีเจตนาจะให้ทุกคนเชื่อว่ามีนามีจริง เราก็ตั้งใจทำเพียงแบบนักโฆษณาที่จะหาวิธีเล่าเรื่องนี้ออกมายังไงให้มันแบกเนื้อหาสาระข้อมูลมหาศาลที่เป็นวิชาการแบบนี้ เแถมเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับประเทศของเราไปจนจบเรื่อง
แน่นอนเราทำสื่อออกมา เราก็อยากให้คนดูเยอะๆ เราก็อยากให้ไวรอล โดยเฉพาะเรื่องนี้ เพียงแต่เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะไปไกลขนาดนี้ จึงไม่ได้เตรียมที่จะตอบอะไรกับข่าวโซเชียลเลย ไม่ได้เตรียมคิดเอาไว้ เราก็เตรียมทีท่าไม่ถูกเหมือนกันครับ ว่าจะต้องเฉลยไหม แต่เขาเป็นตัวละครจะดูร้อนตัวไปหรือเปล่า ยอมรับว่าทำตัวไม่ถูกจริงๆในการรับมือแบบนี้ กลัวว่าลำพังตัวหนังสือเล็กๆน้อยๆจะต่อความยาวสาวความยืดหรือเบี่ยงประเด็นไปอีก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะเราคิดว่ามันเป็นเพียงโฆษณา เราไม่ได้มีความคิดเลยไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะที่จะเอาชนะใจด้วยการหลอกลวงให้เชื่อ ให้ไปลงชื่อง่ายๆแบบนั้น เพราะถ้าผมจะหลอกลวงให้ได้ยอดลงชื่อ ก็คงไม่ใส่โลโก้ OKMD ไว้ท้ายเรื่องให้มันมีคำถามขึ้นมา หรือแม้กระทั่งจะเอาตัวผมเองเข้าไปนั่งอยู่ในหนัง และยังมีอีกหลายๆจุดที่คนใน Social พยายามตั้งคำถามหลายๆจุดในหนัง ซึ่งเราก็ไม่ได้หลบหลีกอะไรให้มันแนบเนียน หรือแม้กระทั่งน้องที่แสดงเป็นมีนา ถ้าเราจะหลอกจริงๆ น้องคนนี้คงใช้ชีวิตลำบากน่าดู
ถ้าจะขอโทษ ก็คงต้องขอโทษที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด แล้วต้องไปถกเถียงกัน อย่างที่บอกเราไม่ได้มีเจตนานั้นจริงๆครับ เราเพียงร้อยตามเรื่องราวที่เขียนไว้ เราทำด้วยเจตนาเท่านี้จริงๆ
Q : แล้วทำไมต้อง วินมอไซค์ / เว้าอีสาน
A : ในเนื้อหาคือเราต้องการคนที่เป็นตัวแทนคนทั่วๆไปในสังคม ด้วยสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ๆเฉพาะคนมีเงินจะใช้ได้เท่านั้น คนทุกคนต้องการพื้นที่นี้ จริงๆจะเป็นแม่ค้าก็ได้ เด็กนักเรียนก็ได้ เราลองกันหลายอาชีพ จนมาลงตัวที่ได้ยินข่าว วินมอไซด์ ที่ติด Wifi ให้คนใช้บริการฟรี เราก็รู้สึกว่าเราประทับใจ เออทุกอาชีพต้องการปรับตัวให้ได้ มันก็เข้ากับสถานที่แห่งนี้ที่อยากให้คนไม่ต้องไปดิ้นรนเรียนรู้เอง
มันลงตัวในแง่การทำหนัง เราแค่ต้องการตัวละครสักตัว ที่แบกเนื้อหาเหล่านี้แล้วอย่างที่ว่ามา ให้คนอยากจะฟังมันจนจบ เรื่องHuman Deverlopment อยู่บนสำเนียงอีสาน ในแง่หนังมันน่าจะน่าสนใจมากกว่า เล่าด้วยนักวิชาการ
Q : เรื่องดูถูกคนอีสาน
A : ไม่มีเจตนาเลยครับ เป็นความตั้งใจเราอีกอย่างด้วยซ้ำ อย่างที่บอกสถานที่แห่งนี้เป้าหมายมันคือให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ได้ ไม่ใช่เป็นของคนมีเงิน ที่เราอยู่ระบบความคิดการศึกษาแบบเดิมๆ ที่ไม่มีพื้นที่นอกหลักสูตรเพื่อพัฒนาคน การแสดงที่ดูถูกของคนเมืองในหนังเรื่องนี้เราก็พยายามแทรกเข้าไปให้เห็นย้อนกลับว่า มีนา เขาฉลาดกว่าเราเสียอีก เหมือนประโยคที่ว่า “ เป็นมอไซด์วินต้องโง่กว่าพวกพี่ด้วยเหรอ”
การตั้งกลุ่มเพื่อนมีนาใน Change ก็เพียงเป็นพื้นที่แสดงพลังของคนภาคประชาชนว่าต้องการสิ่งใด แล้วด้วยระบบมันจับต้องได้เป็นDATA ในการรวบรวมมากว่าเก็บแค่ วิว แชร์ ยอด like
เราคุยกันด้วยสายตาประชาชนที่ทุกคนก็อยากเห็นสถานที่ที่มีประโยชน์แบบนี้เกิดขึ้น ไอเดียนี้มันยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เขามาชวนเราด้วยว่าจะมาช่วยกันทำเรื่องแบบนี้ถึงจะไม่สำเร็จแต่อย่างน้อยก็ให้คนตื่นตัวและสนใจ ถ้าทุกคนจะตำหนิ ถ้าวิธีนำเสนอนี้แบบนี้ไม่ถูกใจใคร ก็ให้ตำหนิพวกผมที่พยายามนำเสนอไอเดียนี้ให้ลองดูกันสักตั้ง
แล้วก็ขอโทษสำหรับคนที่ผิดหวังกับตัวมีนานะครับ ผมก็รู้สึกผิดหวังที่ได้ยินเสียงผิดหวังทุกที แต่ก็อย่าผิดหวังกับแนวคิดศูนย์การเรียนรู้แบบนี้เลยครับ อาจจะไม่ต้องถึงภาพฝันไว้ แต่ก็ให้มีพื้นที่สาธารณะดีๆสักที่เพื่อลูกเพื่อหลานของเรา
ขอบคุณครับ
ประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์
กลุ่มเพื่อนมีนา