จุดกึ่งกลางระหว่างรายการทีวีและรูปแบบรายการในออนไลน์คือโอกาสที่ Facebook มองหา ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Facebook ได้เปิดโอกาสให้เหล่าผู้สร้างสามารถสร้างวิดิโอเข้ามาในแพลตฟอร์มได้ด้วย มากไปกว่าเหล่าพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการ นอกจากนั้นยังคิดค้นรูปแบบการสร้างรายได้แก่พวกเขา เพื่อเป็นการดึงดูดเหล่าผู้สร้างจาก YouTube เข้ามาที่แพลตฟอร์มมากขึ้นเช่นกัน
แนวคิดนี้สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสำหรับเหล่าวัยรุ่นแล้ว YouTube เป็นเหมือนรายการโทรทัศน์ เหมือนทีวีอย่างหนึ่ง ดังนั้น หาก Facebook ต้องการจะต่อกรกับ YouTube ละก็ Facebook Watch จะต้องมอบทั้งรายการที่สามารถหาดูได้เป็นพื้นฐานเหมือนรายการโทรทัศน์ ตลอดจนคอนเทนต์จากเพจและผู้สร้างที่เหล่าผู้ใช้งานติดตาม Facebook Watch ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าได้
มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ความพยายามนี้ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Facebook ในการพยายามมอบเครื่องมือทางการตลาดบนโซเชียลมีเดียในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกเหนือจาก Facebook Watch แพลตฟอร์มยังได้พัฒนารูปแบบการโฆษณาคั่นระหว่างคอนเทนต์อย่าง Ad Breaks และเปิดให้เหล่าธุรกิจต่างๆใช้กันมากขึ้นอีกด้วย
“นับจากวันนี้เป็นต้นไป Ad Breaks จะรอบรับให้ใช้ได้ใน 5 กลุ่มประเทศทั่วโลก และเปิดให้ใช้ในเพจธุรกิจที่ได้รับการรับรอง และจะเปิดให้กลุ่มประเทศอื่นๆตามมา ในระยะเวลาที่ผ่าน เราทดสอบให้บางผู้ใช้และในบางประเทศเท่านั้นที่สามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ได้ แต่ตอนนี้ รูปแบบการโฆษณาแบบนี้จะได้รับการอนุญาตให้ใช้แก่เหล่าเพจธุรกิจและผู้สร้างเพื่อสร้างรายได้แก่คอนเทนต์ของพวกเขา” Facebook กล่าว
เหล่าเพจต่างๆตลอดจนเหล่า Publishers จะสามารถรองรับให้มีการโฆษณาแบบ Ad Break ได้ก็ต่อเมื่อในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา วิดิโอของพวกเขาได้รับการรับชมอย่างน้อย 1 นาที จากวิดิโอความยาว 3 นาทีจำนวนทั้งสิ้น 30,000 ครั้ง นอกจากนั้น จะต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,000 คนและต้องเข้าเงื่อนไขของ Facebook อีกด้วย
Ad Break เปิดให้ใช้งานได้แล้วในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และ ออสเตรเลีย ในเดือนกันยายนนี้ ก็จะมีการเปิดให้ได้ใช้งานเพิ่มเติมใน อาร์เจนตินา เบลเยี่ยม โบลิเวีย ชิลี โคลัมเบีย เดนมาร์ก โดมินิกัน เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ ฝรั่งเศส เยอรมันนี กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เมกซิโก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย เปรู โปรตุเกส สเปน สวีเดน และ ประเทศไทย สนับสนุนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาท้องถื่น และมีแผนจะขยายไปในประเทศอื่นๆต่อไป
การโฆษณาบนววีดิโอของ Facebook จะมีทั้งรูปแบบ Pre-roll และ Mid-roll นอกจากนั้นยังสามารถทำโฆษณาแบบภาพวางใต้วิดิโอได้อีกด้วย ผู้ทำโฆษณาสามารถวางแผนได้ว่าจะวางโฆษณาไว้ในส่วนไหนของคอนเทนต์หรือจะให้ Facebook เลือกให้ก็ได้
การพยายามสร้างรูปแบบการสร้างรายได้คือส่วนสำคัญที่ Facebook ได้วางแผนไว้ เพื่อต้องการดึงดูดนักสร้างคอนเทนต์ที่มีศักยภาพเข้ามาที่แพลตฟอร์ม ความเสี่ยงก็ยังคงมีเช่นกัน หากว่ารายได้ที่พวกเขาได้รับจากแพลตฟอร์มอื่นนั้น ได้มากกว่าที่เขาได้บน Facebook
ความพยายามของ Facebook คือการใช้ฐานผู้ใช้งานที่มีจำนวนมากในการพยายามเปลี่ยนให้ Watch เป็นเสมือนพื้นที่ที่ทดแทนทีวีได้ เพื่อมอบโอกาสให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการโฆษณาบนนี้เหมือนๆกับที่ทำบนทีวี แต่เหนือกว่าด้วยความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำกว่า และต้นทุนที่ถูกกว่า
Facebook ยังได้สร้างเครื่องมือที่ชื่อว่า Creator Studio เพื่อแบรนด์และเหล่าผู้สร้างในการติดตามผลงานของคอนเทนต์ของตน โดยเครื่องมือนี้จะทำให้เหล่า Publisher สามารถได้รับ Insights ในเรื่องผลงานของคอนเทนต์ จัดการการมีส่วนร่วมของคอนเทนต์และผู้ชม ปล่อยวิดิโอ สร้าง Ad Break และ การใส่ Sound เป็นต้น