BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
15,423
VIEWS

Media Agency เตรียมรับแรงกระแทก หลังช่อง 5, 7 ขอเลือกทางเดินเอง

มิ.ย. 28, 2560 S.Vutikorn

ท่ามกลางปัญหาการใช้เม็ดเงินโฆษณาของเจ้าของสินค้าที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าการแตกหักขในเรื่องการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาของสถานีโทรทัศน์ครั้งล่าสุดจะทำให้มีเดีย เอเยนซีทุกค่ายต้องปวดหัวหนักเข้าไปอีกหลายเท่า

   แต่เดิมการตรวจสอบภาพยนตร์โฆษณานั้นจะต้องผ่านกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยฟรีทีวีช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 7, MCOT , สมาคมโฆษณา, สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ทำงานร่วมกันในนามกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทย และกำลังจะมีการจัดตั้งเป็น คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์ในเร็วๆ นี้

แต่ล่าสุดในวันนี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 พร้อมด้วย 10 หน่วยงานพันธมิตรได้มีการจัดตั้งชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ขึ้นมา ซึ่งจะเริ่มดำเนินงานในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 หรือวันรุ่งขึ้นทันที

แน่นอนว่าการแยกตัวออกมาครั้งนี้แทบจะไม่ได้ส่งผลอะไรกับคนดูเลย แต่คนที่จะได้รับแรงกระแทกมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นบรรดามีเดีย เอเยนซี เพราะเท่ากับว่าจะต้องมีการทำงานซ้ำซ้อนกัน 2 ครั้ง หากจะลูกค้าของตัวเองมีความต้องการที่จะลงโฆษณาในช่องยอดนิยมอย่าง 3 และ 7 ไปพร้อมๆ กัน

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย และมีข้อสงสัยว่า ทำไมประเทศไทยที่มีฟรีทีวีเพียง 5 ช่องอนาล็อกและ 22 ช่องดิจิตอล ถึงต้องมีมาตรฐานการตรวจเซ็นเซอร์โฆษณาถึง 2 มาตรฐาน และที่สำคัญคือ สังคมจะได้อะไรกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

สมาคมโฆษณาตั้งคำถาม

ทำไมไม่ปฏิบัติตาม MOU

โดยเช้าวันนี้ทางสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยได้มีการแถลงการณ์ในกรณีการจัดตั้งชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ใจความว่า "ตามที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 มีดำริที่จะจัดตั้ง “ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)” และประกาศที่จะดำเนินการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ (เซ็นเซอร์ภาพยนตร์โฆษณา) ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ทั้งที่มีตารางการเซ็นเซอร์โดยคณะกรรมการตรวจพิจารณาเดิมในวันดังกล่าว และไม่ได้แจ้งให้สมาคมโฆษณาฯ ซึ่งเป็นผู้ประสานงาน และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ สมาคมโฆษณาฯ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่ปฏิบัติตาม MOU"

อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงที่มาของแถลงการณ์ฉบับนี้ว่าหลังจากการลงนาม MOU ร่วมกันครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2557 ทางสมาคมโฆษณาฯได้มีการจัดประชุมกับตัวแทนสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง สถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล และองค์กรวิชาชีพเรื่อยมาเพื่อหาข้อสรุปเพื่อจัดตั้ง “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” ที่จะมีกฎเกณฑ์เป็นมาตรฐานเดียวในการตรวจพิจารณาซึ่งจะง่ายในต่อทั้งผู้ปฏิบัติวิชาชีพและทั้งสถานีโทรทัศน์ และได้ข้อสรุปแล้วว่าจะประกอบด้วย ผู้แทนจากสถานีหลักเดิมได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 7, MCOT,  ผู้แทนจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง, ผู้แทนจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ฯ  2 ช่อง, และผู้แทนจากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการฯ) รวม 9 ท่าน แต่สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 7 ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมประชุมตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 2  และได้มีดำริจัดตั้งชมรมเซ็นเซอร์ดังกล่าวขึ้นโดยไม่เชิญสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และ ช่อง 9 สมาคมโฆษณาฯ และ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) เข้าร่วม

"ทางสมาคมโฆษณาฯ ต้องการให้สถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 และ ช่อง 7 ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรโดยไม่รวมสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม และจะดำเนินการอย่างไรไม่ให้เกิดความเป็นสองมาตรฐานขึ้นในหลักการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาโทรทัศน์ของประเทศไทย”

ทางด้านคุณวิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเสริมว่า สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยใช้วิธีการกำกับดูแลตนเอง (Self Regulation) มา 23 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 23 ปี ก็พบว่ามีปัญหาที่เกิดจากโฆษณาที่ไม่เหมาะสมจะมีสัดส่วนที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับจำนวนโฆษณาทั้งหมดที่ออกสู่สายตาคนดูในแต่ละปี หรือประมาณ 0.02% เท่านั้น

ช่อง 5, 7 ยืนยัน

ทำเพื่อพัฒนาคุณภาพ

การจัดตั้งชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ในครั้งนี้นอกเหนือจากแม่งานคือ ช่อง 7 และช่อง 5 แล้ว ยังมีตัวแทนพันธมิตรมาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมในการจัดตั้งชมรมฯ อันประกอบด้วย สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี โกลบอล เน็ตเวิร์ค, สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน, สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร, สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย), สมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย), สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย, ตัวแทนกลุ่มนักวิชาการ 13 สถาบัน, สมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย และบริษัท NS Media Group  

โดยพล.อ.ราชรักษ์ เรียนพืชน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก กล่าวว่า ความตั้งใจที่จะจัดตั้งชมรมครั้งนี้เริ่มดำเนินการมาหลายปีแล้ว  โดยความตั้งใจครั้งนี้คือ การยกระดับสถานะจากคณะกรรมการฯ ขึ้นมาเป็นชมรมฯ ซึ่งกติกาและการทำงาน จะได้มาจากการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของเหล่าสมาชิกชมรมฯ อันได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆที่เป็นสมาชิก หน่วยงานวิชาการ สมาคม ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะมาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการฯ กำหนดข้อปฏิบัติการตรวจพิจารณาโฆษณา  มีเครื่องมือตรวจวัดซึ่งมีมาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือมีความเป็นกลาง

ทางด้านคุณพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้อธิบายว่าการรวมตัวครั้งนี้ช่อง 7 จะนำเอาเครื่องมือในการตรวจวัดเซ็นเซอร์ My Censor ที่ทางช่อง 7 พัฒนาขึ้นมาด้วยเงินลงทุนกว่า 20 ล้านบาทมาใช้กับสมาชิกชมรม เพื่อที่จะยกระดับมาตรฐานการทำงานให้มีความแม่นยำ และรวดเร็วขึ้น

My Censor นี้จะเข้ามาช่วยบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพิจารณางานโฆษณาที่จะออกอากาศในเบื้องต้นว่ามีส่วนใดที่ผิดเงื่อนไขหรือไม่ อาทิ สัดส่วนของโลโก้หรือข้อความในโฆษณามีขนาดตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่เป็นต้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของช่อง 7 อธิบายว่าระบบมีความแม่นยำกว่า

Media Agency

รับแรงกระแทก

ที่ผ่านมาการวิธีการควบคุมโฆษณาที่ออกอากาศในฟรีทีวีของไทยจะมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ

1.การควบคุมจากภาครัฐโดยผ่านกลไกทางกฎหมายและหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ

พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510

พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535

พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518

พระราชบัญญัติยาเสพย์ติดให้โทษ พ.ศ. 2522

พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2531

2.การควบคุมกันเองขององค์กรโฆษณา (Self Regulation)

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงในเบื้องต้นที่มีผลทันที่ก็คือ จากนี้ต่อไปการตรวจสอบโฆษณาของไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในส่วนที่ 2  โดยหลังวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ชิ้นงานโฆษณาจะถูกตรวจสอบจากช่องทาง 2 ทาง คือ

โฆษณาที่จะออกอากาศช่อง 5 และ 7  จะต้องผ่านชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)

ช่อง 5 และ 7  ผ่านชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3, MCOT และช่องทีวีดิจิตอล จะต้องผ่านกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทย

ทางออกที่ (เกือบจะ) ถูกปิด

ในงานแถลงข่าวช่วงเช้าของสมาคมโฆษณา คุณสุรพล ลีนิรันดร กรรมการสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้ารับฟังได้ตั้งคำถามไว้อย่างน่าสนใจว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้งสองฝั่งจะยอมรับในผลการตรวจสอบของอีกฝ่ายในระยะแรกของการแยกตัว เพราะถ้าทั้งสองฝ่ายตรวจสอบงานโฆษณาโดยยึดตามมาตรฐานการทำงานเหมือนที่เคยทำมา คุณภาพการตรวจสอบก็ไม่น่าจะหนีกันมากนัก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ในเบื้องต้นทางพลเอกราชรักษ์ เรียนพืชน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุกองทัพบกได้กล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า แม้ว่าการตรวจสอบจะมีสองแนวทางแต่ภาพยนตร์โฆษณาที่ผ่านการตรวจสอบจากกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทยแล้ว จะสามารถนำมาออกอากาศที่ช่อง 5 ได้เลย

แต่ปัญหาใหญ่ของมีเดีย เอเยนซีก็คือ หนังโฆษณาชุดดังกล่าวจะสามารถออกอากาศที่ช่อง 7 ได้เลยเหมือนช่อง 5 หรือไม่

เพราะทางคุณพลากร สมสุวรรณ จากช่อง 7 ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงแค่ว่า "ไม่ปิดกั้น" ซึ่งสามารถตีความได้หลายทาง อาทิ ยอมรับหนังโฆษณาที่ส่งมาแต่ไม่พิจารณาให้ หรือ รับหนังโฆษณามาแต่ต้องตรวจสอบใหม่โดยชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) อีกครั้ง

ถ้าเป็นกรณีแรกถือว่าเพิ่มขั้นตอนอะไรสำหรับมีเดีย เอเยนซีที่ต้องการลงโฆษณาในช่อง 3 และช่อง 7 แต่ถ้าเป็นกรณีหลังก็เท่ากับมีเดีย เอเยนซีต้องเพิ่มงานถึง 2 เท่าในแต่ละวัน

ส่วนคำถามเดียวกันที่ว่า งานโฆษณาที่ผ่านการตรวจสอบจากชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) แล้ว จะสามารถไปออกอากาศในช่อง 3, MCOT หรือช่องทีดิจิตอล ได้หรือไม่

คำตอบจากทางกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทยก็ยืนยันแล้วว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตามกฎหมายหากเกิดกรณีที่สถานีมีการออกอากาศโฆษณาที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายขึ้นมาทางเจ้าของสถานีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ทุกวันนี้เฉลี่ยแต่ละวันจะมีภารยนตร์โฆษณาประมาณ 40-50 เรื่องถูกเสนอเข้ามาเพื่อให้ตรวจสอบ ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 80% จะเป็นหนังที่ออกอากาศทั้งช่อง 3  และช่อง 7 นั่นหมายความว่ากว่า 80% ของโฆษณาในฟรีทีวีนับจากนี้ไปจะต้องผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการ 2 กลุ่ม

จนถึงวันนี้ทางออกที่พอจะมีก็เหมือนกับว่าจะถูกปิดไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องมาจากปัญหาความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในมาตรฐานการตรวจสอบของทั้ง 2 ฝั่งนั่นเอง

งานนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าใครจะมีบารมีพอที่จะสามารถเป็นกาวใจเชื่อมรอยร้าวครั้งนี้ได้

ระหว่างนี้ทางมีเดีย เอเยนซีก็คงต้องรับแรงกระแทกเต็มๆ ไปก่อน

ลำดับเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์โฆษณาของไทย

  • พ.ศ. 2518 การควบคุมโฆษณาใช้วิธีการเซ็นเซอร์จากคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ หรือ กบว.
  • พ.ศ. 2335 รัฐบาลของ อานันท์ ปันยารชุน ได้มีการตั้งคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กกช. ขึ้นมา  ทำให้กบว. ถูกยกเลิกไปในเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2537 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498
  • พ.ศ.2544 ทางสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยได้มีความคิดที่จะจัดทำกระบวนการกำกับดูแลกันเองของคนโฆษณา (Self Regulation) ขึ้น
  • พ.ศ. 2547 คณะกรรมการบริหารสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยได้มีการประกาศใช้แนวปฏิบัติเรื่องโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็ก
  • พ.ศ. 2549 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยโหวตรับข้อบังคับเรื่องการกำกับดูแลตัวเองไว้ในข้อบังคับสมาคม
  • พ.ศ. 2551 สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยแต่งตั้งคณะกรรมการจรรยาบรรณชุดแรก โดยโครงสร้างของคณะกรรมการจรรยาบรรณวิชาชีพโฆษณาจะประกอบไปด้วยตัวแทนจาก 5 หน่วยงาน หน่วยงานละ 3 คน  
  • 23 เมษายน 2557 มีการทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจร่วมกัน (MOU) เรื่องการรวมกลุ่มระหว่างฟรีทีวีช่องต่างๆ, สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (แห่งประเทศไทย), สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และชมรมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์ทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทย
  • 31 พฤษภาคม 2560 สมาพันธ์สมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย)  ซึ่งรวมถึงสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ร่วมประชุมสรุปแนวทางการปรับปรุงกระบวนการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ให้สอดรับกับยุคทีวีดิจิตอล พร้อมทั้งจัดให้มีการเสวนา ในหัวข้อ “กำกับโฆษณาหนึ่งมาตรฐานในยุคดิจิตอล” เปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทบทวนการทำงานการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาร่วมกัน ก่อนที่จะมีการดำเนินการในขั้นตอนของการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์ และการอบรมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาต่อไป
  • 23 มิถุนายน 2560 ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ส่งจดหมายเชิญแถลงข่าว และลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมในการจัดตั้ง “ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์(ประเทศไทย) และเปิดตัวเครื่องมือในการตรวจวัดเซ็นเซอร์ยุคใหม่ด้วยระบบ My Censor ที่จะนำมาใช้กับสมาชิกชมรม โดยมี พล.อ.ราชรักษ์  เรียนพืชน์ รักษาการประธานชมรมเป็นประธาน นายพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจทีวีดิจิตอล เอเยนซี องค์กร หน่วยงานต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนร่วมลงนามทำข้อตกลงร่วม และผู้แทนสักขีพยานจาก กสทช. อย. ฯลฯ ในวันที่ 27 มิถุนายน 2560 เวลา 14.30 น.
  • 27 มิถุนายน 2560 เวลา 10.30 น. สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) จัดงานแถลงข่าว “ทำไมจึงมี 2 มาตรฐานเซ็นเซอร์”
  • 27 มิถุนายน 2560 เวลา 14.30 น. ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) แถลงข่าวและลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมในการจัดตั้ง “ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)
  • 28 มิถุนายน 2560 ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) เริ่มทำงานเป็นวันแรก โฆษณาที่จะออกอากาศในช่อง 5 และ 7  จะต้องผ่านการตรวจพิจาณาโดยชมรม ส่วนโฆษณาที่จะออกอากาศในช่อง 3, MCOT และช่องทีวีดิจิตอลจะต้องผ่านการตรวจสอบจากกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทย

วิเคราะห์ 8 SOCIAL PLATFORM ในไทย

เจาะลึก Social Media Marketing Trends 2026 เมื่อ AI และความจริงใจคือหัวใจสำคัญของการตลาดดิจิทัล

“Retail Media” เทรนด์ใหญ่มาแรง เมื่อค้าปลีกพลิกโฉม จาก "ชั้นวางสินค้า" สู่ "สื่อโฆษณาที่ทรงพลัง"

ถูกที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบ Truly Integrated Media ตัวช่วยเพื่อหลุดพ้นจากสงครามราคา

ไอคอนสยาม คว้าแชมป์ Best Brand Performance on Social Media ครองอันดับ 1 กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

อย่าปล่อยอนาคตแบรนด์ไว้ในมืออัลกอริทึม เมื่อ "เว็บไซต์" คือศูนย์กลางประสบการณ์ของทั้ง Ecosystem

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact