GDPR เป็นระเบียบที่ออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุอย่างชัดเจนว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคจะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาให้การยินยอมเท่านั้น หากบริษัทใดที่ฝ่าฝืนระเบียบนี้ จะต้องเสียค่าปรับเป็นมูลค่ากว่า 22.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 4% ของรายได้ทั่วโลก แล้วแต่ว่ามูลค่าใดจะมากกว่า
Google เองก็ได้ออกมาตอบรับระเบียบใหม่นี้ด้วยการปรับปรุงให้บราวเซอร์ของตนนั้น ผู้ใช้งานสามารถลบประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การใช้งานข้อมูลจากThird Party ก็จะน่าเชื่อถือน้อยลง เนื่องจาก ข้อมูลที่ได้มา ต้องมั่นใจก่อนว่า ได้มาจากไหน อย่างไร และ ผ่านการอนุญาตจากผู้บริโภคหรือไม่
ปัจจุบันนี้ มีบริษัทด้านการจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีหลากหลายที่ทำงานบนข้อมูลของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลาในเบื้องหลัง หากว่าเราจะต้องขออนุญาตผู้บริโภคทุกครั้งเมื่อต้องใช้งาน สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมโฆษณาที่ต้องใช้ข้อมูลด้านพฤติกรรมและความสนใจเพื่อมอบโฆษณาให้สอดคล้องกับความสนใจของพวกเขาและหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ จะสร้างอุปสรรคและข้อขัดแย้งมหาศาลระหว่างนักการตลาด แบรนด์ แพลตฟอร์ม บริษัทด้านเทคโนโลยีและผู้ออกระเบียบในที่สุด