สำหรับการทำตลาดสุราขาว ของกลุ่มบริษัทตะวันแดง จะใช้กลยุทธ์ 3 ด้าน คือ
1.คุณภาพสินค้าต้องดีและใช้เทคโนโลยีการผลิตทันสมัยสุดในภูมิภาคอาเซียน
2.การมีศูนย์กระจายสินค้าที่ครอบคลุมช่องทางจำหน่าย 2 แสนร้านค้าทั่วประเทศหรือราว 40% ของตลาด และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 3 แสนร้านค้า
3.กลยุทธ์ด้านราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งซึ่งเป็นเจ้าตลาดประมาณ 10-20% จากแผนดังกล่าวคาดหวังจะมีส่วนแบ่งในตลาดสุราขาว 10% ในปีหน้า หรือคิดเป็นยอดขายหลัก "หมื่นล้านบาท"
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องงานที่จะเเย่งก้อนเค้กจากผู้ยำตลาดที่ยึดพื้นที่มานานโดยเฉพาะด้านการจัดตำหน่ายและกระจายสินค้าซึ่งนับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการรุกตลาดสุราในครั้งนี้ ส่วนแผนระยะกลาง 3 ปี บริษัทต้องการขยายการผลิตสู่วิสกี้ จากนั้นก็อาจเป็นเหล้ารัม และปีหน้าจะเป็นเหล้าสี
ถ้ามองในภาพใหญ่ยิ่งมองเห็นโอกาสได้อย่างชัดเจน เพราะศักยภาพของประเทศในการเป็นศูนย์กลางของตลาดสุรา แทนที่จะเป็นประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือสิงคโปร์ เนื่องจากไทยมีวัตถุดิบที่พร้อม เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีทั้งน้ำตาลที่เป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก มีข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ที่สามารถรับจ้างผลิตได้ ดังนั้น ในอนาคตบริษัทจึงเปิดกว้างในการผนึกพันธมิตรขยายธุรกิจสุราทั้งรูปแบบการร่วมทุน การถือหุ้น เพื่อหาโอกาสสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนการขยายธุรกิจผลิตสุราครั้งนี้ รวมกับการขยายธุรกิขของคาราบาวกรุ๊ป ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท นับเป็นการลงทุนที่ใหญ่มาก นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายครั้งสำคัญที่จะทำให้คนรู้จักตะวันแดงในภาพใหม่