ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย แนะแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอีไทยสู่ความสำเร็จ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างมั่นใจด้วยเทคโนโลยีระดับมืออาชีพจาก Office 365 ชุดซอฟต์แวร์และบริการคลาวด์ที่ให้ทุกคนและทุกองค์กรทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกที่ ทุกเวลา พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษกับราคาเริ่มต้นเพียง 82 บาท[1] (2.50 เหรียญสหรัฐ) ต่อเดือน ต่อผู้ใช้งาน จนถึง 31 ธันวาคมศกนี้
ในปัจจุบัน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศไทย สามารถสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ได้เป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 42.4 จึงทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้มีบทบาทเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป โดยหากมองในภาพรวมแล้ว ไมโครซอฟท์และบริษัทวิจัย IDC คาดการณ์ว่าภายในปี 2564 การปฏิรูปธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Transformation) จะสามารถขับเคลื่อน GDP ไทยให้เติบโตได้ด้วยอัตราเฉลี่ยสูงถึง 3.7% ต่อปี หรือสูงกว่าการคาดการณ์ของธนาคารโลกราว 0.4% และคิดเป็นมูลค่าราว 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.95 แสนล้านบาท)
สมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจองค์กร ขนาดกลาง ขนาดย่อม และบริหารพันธมิตร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ทุกธุรกิจต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันสูง ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าขนาดขององค์กรไม่ได้บ่งชี้ถึงความสามารถและความได้เปรียบทางธุรกิจ ที่จะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรแต่อย่างใด ดังนั้น ท่ามกลางตลาดที่กำลังเดินหน้าไปด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัล การจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องมุ่งพัฒนาปัจจัยหลัก 5 ประการเพื่อเร่งการพัฒนาขององค์กร ได้แก่ ศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างว่องไว (agility) ความน่าเชื่อถือ (trustworthiness) ความสามารถในการขยายหรือหดตัวตามสภาวะทางธุรกิจ (scalability) การตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในตลาด (responsiveness) และความสามารถในการสร้างสรรค์ (inventiveness)”
ทั้งนี้ ผลวิจัยของไมโครซอฟท์ระบุว่าผู้ประกอบการไทยคาดหวังว่าเทคโนโลยีจะสามารถสร้างความแตกต่างได้มากที่สุดในด้านการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่ๆ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม ตามมาด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเพิ่มอัตรากำไร และการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่เดิม แต่ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจำนวนมากจะตระหนักดีถึงบทบาทและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ แต่กลับมีธุรกิจเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำเชิงกลยุทธ์การปฏิรูปธุรกิจ ขณะที่อีกกว่าร้อยละ 93 ยังคงมีสถานะเป็นผู้ตามอยู่
นายสมศักดิ์กล่าวเสริมว่า “การที่ธุรกิจเอสเอ็มอีจะสามารถปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลให้สำเร็จได้นั้น จะต้องเริ่มจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นับตั้งแต่เครื่องมือในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ช่องทางการติดต่อสื่อสารและประสานงานอย่างคล่องตัว และรากฐานของระบบที่ปลอดภัย”
ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาให้บริการ Office 365 สามารถตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องมือและระบบในการทำงานแบบมืออาชีพที่ยกระดับการปฏิบัติงานของธุรกิจทุกขนาดให้มีมาตรฐานยอดเยี่ยมไม่แพ้องค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริการอีเมลสำหรับธุรกิจ พื้นที่จัดเก็บและแชร์เอกสารบนคลาวด์ผ่านบริการ OneDrive for Business แพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์และทำงานเป็นทีมด้วย Skype for Business และ Microsoft Teams และอื่นๆ อีกมากมาย