ทั้งนี้ ตลาดเครื่องหยอดเหรียญในประเทศไทย มีอุปกรณ์ที่ให้บริการหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็น เครื่องชั่งน้ำหนัก เก้าอี้นวด เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญตู้เกมส์ และเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ เหล่านี้มักพบปัญหายุ่งยากในการบริหารจัดการ ทั้งการดูแลบำรุงรักษาเครื่องให้ทำงานได้ตลอดเวลา การจัดเก็บเหรียญตามเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการจัดส่งพนักงานเข้าพื้นที่ไปเพื่อเก็บเหรียญ บางจุดเหรียญอาจจะยังไม่เต็มก็เข้าไปเสียเวลาเปล่า หรือบางจุดที่มีการใช้งานมากจนช่องเก็บเหรียญเต็ม พนักงานไม่ทราบก็ไม่ได้เข้าไปเก็บ จึงทำให้สูญเสียโอกาสในการทำรายได้
เอไอเอสมีความเข้าใจถึง Pain Point ของธุรกิจกลุ่มนี้เป็นอย่างดี จึงมีความตั้งใจในการคิดค้นนวัตกรรม IoTเข้ามาช่วยแก้ปัญหา โดยการพัฒนาให้เครื่องหยอดเหรียญเป็น IoTที่เชื่อมต่อกับโครงข่าย AIS NB-IoTได้ สามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็มจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบการทำงานของเครื่องและวางแผนการจัดเก็บเหรียญ และการจัดวางเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งพนักงานเข้าไปเก็บเหรียญ รวมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการและสร้างมูลค่าให้กับการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังพร้อมให้บริการเชื่อมต่อระบบการชำระเงิน PaymentGateway ของ mPAY กับภาคธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการด้วย Rabbit Line Pay, WeChat, PromptPay, VIA pay (Singtel Group eWallet) ผ่าน QR CODE เพิ่มความสะดวกในการชำระเงินในยุคสังคมไร้เงินสด ก้าวทันการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ซึ่งวันนี้ เอไอเอสพร้อมแล้วที่จะให้บริการIoTเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่เครือข่าย, อุปกรณ์ และแพลตฟอร์มให้กับทุกภาคส่วน และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoTไปใช้ในการทำงาน สนใจติดต่อได้ที่ Corporate call center โทร. 1149 หรือเว็บไซต์http://business.ais.co.th/iot