คลอสเตอร์
ความสุขที่คุณดื่มได้
คลอสเตอร์เบียร์ ไม่เพียงแต่จะเป็น 1 ในตำนานพรีเมียม เบียร์ของบ้านเราเท่านั้น แต่ยังเป็นกรณีศึกษาในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องของการเป็นเบียร์ของเฮ้าส์เบียร์ท้องถิ่นของเยอรมนีที่ไม่ใช่เป็นแบรนด์ระดับโลก แต่เข้ามาโด่งดังในบ้านเราอย่างมาก การเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเปิดตลาดเบียร์พรีเมียมของบ้านเรา หรือแม้แต่เรื่องของคัลเลอร์ แบรนดิ้ง ที่ทำให้สีเขียวถูกฝังเข้าไปในการรับรู้ของผู้บริโภคว่า หากเป็นเบียร์พรีเมียมแล้ว ขวดต้องสีเขียวเท่านั้น
ว่าไปแล้ว เบียร์แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักของคอเบียร์ชาวไทยมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นการนำเข้าโดยตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งที่อยู่ในตลาดเยาวราช แต่อยู่ได้ไม่นานก็หายไปจากตลาดโดยไม่ทราบสาเหตุ จนกระทั่ง "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ เป็นผู้นำกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี 2518
กล่าวสำหรับ ไทยอัมฤตบริวเวอรี่นั้น ถือเป็นผู้ผลิตเบียร์ที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของค่ายสิงห์ คนที่มีอายุแตะหลัก 5 หรือเลยไปถึงหลัก 6 จะรู้จักกับเบียร์อัมฤต ที่มีหนังโฆษณาเป็นพระอาทิตย์ทรงรถมาทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อย และดื่มเบียร์อัมฤตเพื่อดับกระหาย
เบียร์ของค่ายนี้ จะใช้แนวคิดในเรื่องของตัวโปรดักต์นำ นั่นคือจะปรุงเบียร์ที่รสชาติดีออกมาแข่งขันกับตลาด แต่ในการแข่งขันจริงนั้น ต้องอาศัยหลายๆ เรื่องประกอบเข้าด้วยกัน ในช่วงแรกจึงไล่บี้เบียดตลาดของสิงห์ได้ไม่ถนัดนัก
แต่เมื่อเริ่มหันมาใช้แนวคิดในการสร้างความแตกต่าง คลอสเตอร์เบียร์ที่เป็นการซื้อไลเซ่นเข้ามาผลิตในบ้านเราจึงถูกเติมเต็มเข้ามา โดยซื้อสิทธิ์จากบริษัทคลอสเตอร์บาวเวอร์ลาย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบราว์เวอร์ลายว์เบ็ค อดีตเจ้าของเบียร์แบรนด์เบ็คของเยอรมนี โดยการนำคลอสเตอร์เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย มีการแบ่งเซ็กเม้นต์กับสิงห์อย่างชัดเจน ด้วยการวางตัวเองเป็นเบียร์พรีเมียม สูงกว่าเบียร์สิงห์ เพื่อจับกลุ่มคอเบียร์ที่นิยมกินเบียร์รสชาติเบาๆ
การสื่อสารแบรนด์ที่ทำออกมานั้น ไทยอัมฤตทำได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะกับการสร้างให้คลอสเตอร์เบียร์ เป็นแบรนด์พรีเมียม พร้อมนำเรื่องของ Emotional เข้ามาผลักดันอย่างเต็มรูปแบบ สโลแกน “ความสุขที่คุณดื่มได้” ถูกสร้างจนติดปากคนไทย
ไม่เพียงเท่านั้น ในองค์รวมของการสร้างแบรนด์ คลอสเตอร์ยังนำประสบการณ์การดื่มเบียร์ในสไตล์เยอรมัน ด้วยการทำในเรื่องของลานเบียร์ที่ลานกว้างข้างๆ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ถอดแบบมาจากงาน Octoberfest ซึ่งเป็นเทศกาลดื่มเบียร์ของเยอรมัน ซึ่งทั้งหมดสะท้อนภาพของความเป็นเบียร์พรีเมียมจากเยอรมันได้เป็นอย่างดี
คลอสเตอร์ ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ การเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์ในการนำมาผลิตในบ้านเราของไทยอัมฤต ที่ใช้วิธีการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาคือ NB ซึ่งก็คือเบียร์อัมฤตเดิมที่คราวนี้ถูกใส่ไว้ในขวดสีเขียว เพื่อปั้นเป็นแบรนด์ของตัว เผื่อเหลือเผื่อขาด
อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกของเบียร์เปลี่ยนไป ยักษ์ใหญ่เริ่มเข้ามาไล่ซื้อแบรนด์ดังในแต่ละประเทศ ซึ่งเบ็คเองก็ต้องตกเป็นของ ABInBev ซึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างไฮเนเก้นเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยึดตลาดพรีเมียมไว้เป็นของตัวเองแบบเบ็ดเสร็จด้วยส่วนแบ่งเฉพาะตลาดพรีเมียมเบียร์ถึง 90%
ขณะที่ไทยอัมฤตเอง เจ้าของคือกลุ่มเตชะไพบูลย์ ได้ถอนตัวออกจากอุตสาหกรรมนี้ พร้อมกับขายโรงงานที่ปทุมธานีซึ่งเคยเป็นฐานการผลิตของคลอสเตอร์ให้กับกลุ่มซานมิเกล คลอสเตอร์จึงเงียบหายไปจากตลาดแบบมีข่าวลือออกมาว่าครั้งหนึ่งค่ายสิงห์สนใจซื้อแบรนด์มาทำใหม่ แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรออกมามากนัก
แบรนด์คลอสเตอร์ที่คอเบียร์รู้จัก จึงเป็นแค่แบรนด์ในความทรงจำของคนไทย......