บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มุ่งมั่นมีส่วนร่วมแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ผลักดัน 5 โครงการหลักด้านการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาดปี 2562 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 76,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดการใช้พลังงานได้ 43.45 ล้านเมกะจูลต่อปี
จารุบุตร เกิดอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเดินหน้ามีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาภาวะเรือนกระจกของโลก โดยในปี 2561 ได้ดำเนินโครงการด้านประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5 โครงการหลัก ประกอบด้วย การเข้าร่วมโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศขนาดใหญ่กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 31 โครงการ คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6,183 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โครงการซีพีเอฟ โซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาขนาด 40 เมกะวัตต์(MW) ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 28,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นการปลูกต้นสักถึง 1,440,000 ต้น และสามารถช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าขององค์กรได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้ากัลฟ์ซึ่งผลิตจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งดำเนินการใน 3 โรงงาน คือ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหนองแค โรงงานอาหารแปรรูปสระบุรี และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่สระบุรี คาดช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 10,644 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเปลี่ยนใช้ชีวมวลแทนถ่านหินของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ราชบุรี คาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ เท่ากับ 11,229 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ Complex ไก่ไข่ คาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20,239 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
“คาดว่าเมื่อดำเนินโครงการต่างๆแล้วเสร็จ ในปี 2562 จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ 43.45 ล้านเมกะจูลต่อปี ลดลง 0.42% เมื่อเทียบกับปีฐาน (ปี 2558) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 76,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ลดลง 8.66 % เมื่อเทีบบกับปีฐาน “ จารุบุตรกล่าว