สำหรับแคมเปญส่งท้าย มิวสิก มาร์เกตติ้งในปีนี้ ไฮเนเก้นได้สร้างกระแสส่งท้ายกับคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอยที่สุดแห่งปี Sam Smith: The Thrill of It All Tourด้วยกิจกรรมออนไลน์“Name Sam’s Songs”เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค โดยให้ผู้บริโภคเข้ามาร่วมสนุกโดยการครีเอทชื่อเพลงของ Sam Smith (ไม่จำกัดอัลบั้ม) เป็นชื่อภาษาไทยอย่างสร้างสรรค์ สำหรับ 10 ผู้โชคดีที่ตั้งชื่อเพลงได้ถูกใจคณะกรรมการมากที่สุด จะได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟStar Hive Pack จากไฮเนเก้น ทั้งหมด 5 รางวัล โดยภายใน ประกอบด้วย ตั๋วสำหรับเช้าชมการแสดง Sam Smith: The Thrill Of It All Tour รางวัลละ 2 ใบ ของที่ระลึกสุดพรีเมียมจากไฮเนเก้น รวมไปถึงไอเท็มชิ้นพิเศษที่ระลึกจาก Sam Smith พรีเมียมคอลเลคชั่นพร้อมบริการด้วยรถที่เตรียมส่งผู้โชคดีถึงอิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
ส่วนในปี 2019 ไฮเนเก้นวางเป้าหมายในการทำหน้าที่เป็น Music Marketing Expertise ที่มีความเข้าใจในองค์ประกอบทางดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเทรนด์ของตลาด และความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริงสานต่อ กลยุทธ์ Ultimate Music Experience เพื่อที่จะสร้างสรรค์รูปแบบกิจกรรมทางดนตรีให้เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และสอดคล้องกับตำแหน่งของแบรนด์สินค้าที่ไฮเนเก้นเป็นผู้นำในตลาดเบียร์พรีเมียมอีกด้วย โดยย้ำแบรนด์ดีเอ็นเอ ที่มีความเป็นสากลโดดเด่นแบบไม่มีใครเคยทำมาก่อน เพื่อย้ำความเป็น Global Standard in Music Platform ต่อไป
ปัจจุบัน ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์มีมูลค่า 140,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มตลาด
เมนสตรีม 129,000 ล้านบาท ส่วนกลุ่มตลาดพรีเมียม6,500 ล้านบาท และที่เหลือคือตลาดอีโคโนมีรวมถึงเบียร์อิมพอร์ต โดยแบรนด์ไฮเนเก้นยังคงเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มตลาดพรีเมียม โดยมีส่วนแบ่งตลาด 88.3% และ 4.2% ในตลาดรวม