ย้อนไปในปี 2538 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ศูนย์การค้าแห่งนี้ ถือเป็นที่แรกที่ก้าวขึ้นมาเป็น “รีเทล ฮับ” ของบ้านเรา เพราะถือเป็นศูนย์การค้าแรกของประเทศที่มีการดึงรีเทลขนาดใหญ่ที่กล่าวไปข้างต้น เข้ามาเปิดรวมกันในรูปแบบที่คล้ายกับศูนย์การค้าในแนว “เพาเวอร์ เซ็นเตอร์” ของต่างประเทศ ที่รวบรวมเอาร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “บิ๊กบ็อกซ์” เข้ามารวมไว้ในที่เดียวกัน
ด้วยการที่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จึงต้องมีการผสมผสานบรรดา Magnet ต่างๆ ให้มีความบาลานซ์เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย โดยเฉพาะกับการผลักดันให้ตัวเองก้าวขึ้นมาเป็น Family Destination
อย่างไรก็ตาม หลังเปิดตัวมาระยะเวลาหนึ่ง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ยังไม่สามารถดึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้ามาเดินในศูนย์ได้อย่างเต็มที่นัก โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนชั้นกลางรุ่นใหม่ และผู้บริโภคระดับบนๆ
ทำให้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษที่แล้ว การปรับในครั้งนั้น จะมีทั้งการปรับโฉม และการรีโพซิชันนิ่งแบรนด์ใหม่ โดยปรับจากการเป็น Regional Mall ธรรมดา ไปเป็น Natural-Metro Shopping Park ซึ่งกินความหมายมากกว่าเดิมในเชิงของการตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยมีการสร้างธีมของศูนย์ให้เป็นศูนย์การค้าที่อิงกับธรรมชาติแห่งแรกของเมืองไทย โดยมีการรีโนเวทพื้นที่ในศูนย์ให้เข้ากับธีมคอนเซ็ปต์ และตำแหน่งใหม่ที่แบรนด์นี้วางไว้
หลังใช้เวลา 2 ปี ในการรีโนเวทและสื่อสารถึงตำแหน่งใหม่ของแบรนด์ ทำให้ฟิวเจอร์พาร์ค โฉมใหม่ถูกจับตามองอีกครั้ง โดยเฉพาะกับการเขยิบเข้าหาผู้บริโภคที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่มีอยู่จำนวนมากจากการขยายเมืองออกมาย่านรังสิตและเกิดหมู่บ้านจัดสรรระดับบนจำนวนมาก
เหตุผลของการ Repositioning และรีโนเวทใหม่นั้น คงหนีไม่พ้นจากการต้องการปรับภาพและอัพเกรดให้ ฟิวเจอร์พาร์ค กลายเป็นศูนย์การค้าของกลุ่มเป้าหมายระดับกลางขึ้นไป เพื่อสลัดภาพให้มีความแตกต่างจากไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างชัดเจน ซึ่ง พิมพ์ผกา หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ให้ข้อมูลว่า หลังการปรับภาพลักษณ์ใหม่นั้น ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต สามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้าที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน จาก 40% เป็น 60% อีก 20% จะเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ในย่านนั้นมีมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง ส่วนที่เหลือจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงานทั่วไป
นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มตัวเลขลูกค้าที่เข้ามาเดินในศูนย์เป็น 170,000 คน ในวันธรรมดา และ 200,000 คน ในวันหยุด ขณะเดียวกัน การปรับภาพลักษณ์ที่เสริมด้วยกิจกรรมการตลาดที่แปลกใหม่ ทำให้สามารถดึงกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยเดินในศูนย์ให้เข้ามาเดินได้เพิ่มขึ้น ซึ่งฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมจะต่อยอดลูกค้าให้เป็นลูกค้าประจำผ่านการทำซีอาร์เอ็มในรูปแบบของบัตรสมาชิกที่มีการท็อปอัพสิทธิประโยชน์ต่างๆ เข้าไปเป็นจำนวนมาก