BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,723
VIEWS

เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกปี 2561

ต.ค. 30, 2561

ผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกปี 2561 ของเอสซีจี รายได้เพิ่มขึ้นทุกธุรกิจ ขณะที่กำไรลดลงเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวสูงขึ้น การค้าโลกชะลอตัว ตลอดจนการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี เผยเกาะติดสถานการณ์สงครามการค้าและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกพร้อมเร่งผลักดันแผน6 ด้าน เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจได้แก่ ขยายโอกาสส่งออกตามทิศทางของตลาดโลก บริหารจัดการต้นทุนพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน และทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจีในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 122,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีกำไร9,473 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 24จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี (asset impairments)ตามมาตรฐานบัญชี 1,670 ล้านบาทและต้นทุนวัตถุดิบ Naphtha ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งหากไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีดังกล่าว จะทำให้เอสซีจีมีกำไร11,143ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2561เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 361,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ของทุกกลุ่มธุรกิจที่เพิ่มขึ้นโดยมีกำไร 34,281 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ ประกอบกับการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีในไตรมาสที่ 3 นอกจากนี้ เอสซีจียังมีรายได้จากการส่งออก 97,924 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจี นอกเหนือจากประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 เอสซีจีมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 30,899 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับ9 เดือนแรกของปี 2561 มีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 87,943 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 จากยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่น ๆ 64,322 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 จากยอดขายรวม

สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 มีมูลค่า 592,399 ล้านบาท โดยร้อยละ 26 เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2561 แยกตามรายธุรกิจดังนี้

ธุรกิจเคมิคอลส์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 57,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นโดยมีกำไรสำหรับงวด 7,485ล้านบาท ลดลงร้อยละ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2561ธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขาย 167,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น และมีกำไร 23,751 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 46,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาสก่อน จากการขยายตัวของตลาดในภูมิภาค โดยมีกำไรสำหรับงวดเมื่อไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีเท่ากับ 1,585ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อรวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีกำไรสำหรับงวดจะเท่ากับ265 ล้านบาท

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2561 ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้จากการขาย 137,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของตลาดในภูมิภาคและมีกำไรเท่ากับ 4,426 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 22,199 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อน จากราคาขายที่เพิ่มขึ้นทั้งสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสายธุรกิจเยื่อและกระดาษโดยมีกำไรสำหรับงวด 1,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 128 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7จากไตรมาสก่อน จากราคาของสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและการปรับลดต้นทุนให้ต่ำลง

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2561 ธุรกิจแพคเกจจิ้งมีรายได้จากการขาย 65,972 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และมีกำไร4,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

รุ่งโรจน์กล่าวว่า“ผลประกอบการของเอสซีจีในช่วงไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกปี 2561มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกธุรกิจ จากตลาดโดยรวมที่มีแนวโน้มดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากโครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งตลาดเคมิคอลส์และแพคเกจจิ้งที่ยังมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่มีกำไรลดลง จากปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนการค้าโลกที่ชะลอตัว และการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี

อย่างไรก็ตาม เอสซีจีได้เกาะติดสถานการณ์สงครามการค้าและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่องและได้ตระหนักถึงผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อธุรกิจโดยรวม ซึ่งขณะเดียวกันก็สามารถเอื้อให้เกิดโอกาสใหม่ๆได้เช่นกัน เอสซีจีจึงปรับตัวรับมือสถานการณ์ดังกล่าวด้วยแผน6 ด้าน ที่พนักงานทุกระดับร่วมมือกันปฏิบัติ เพื่อรักษาและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.) การขยายโอกาสส่งออกตามทิศทางของตลาดโลกซึ่งมีเส้นทางการค้าที่เปลี่ยนไปจากผลของสงครามการค้า เช่น การส่งออกสินค้าไปยังจีนและสหรัฐฯ ในช่วงที่สงครามการค้ายังดำเนินอยู่ ตลอดจนแผนระยะยาวที่นอกจากจะเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานตลาดในประเทศแล้ว เอสซีจียังเน้นการขยายฐานตลาดสู่ภูมิภาคอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดหนึ่งในโครงการสำคัญอย่างโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP ในเวียดนามก็คืบหน้าตามแผน โดยเริ่มดำเนินการออกแบบวิศวกรรมการจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการเตรียมที่ดินสำหรับการก่อสร้างแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงนามสัญญาเงินกู้กับ 6 สถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ทันช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566

อีกทั้งเอสซีจียังมองหาตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพและมูลค่าของตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น การขยายธุรกิจโลจิสติกส์ไปในจีน โดยร่วมกับ Jusda Supply Chain Management International (JUSDA) บริษัทลูกของ Foxconn ในการให้บริการขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วจีน รวมถึงพัฒนาระบบการขนส่งข้ามแดนระหว่างจีนและอาเซียนในรูปแบบ Total Supply Chain Solution ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อติดตามสถานะและควบคุมระบบขนส่ง โดยระยะแรกจะเน้นให้บริการที่จีนตอนใต้ ซึ่งจะสร้างความแข็งแกร่งให้เอสซีจี พร้อมรองรับการขยายธุรกิจ Sourcing และe-commerce ขายสินค้าไทยไปยังจีน นอกจากนี้ด้วยนวัตกรรมโซลูชั่น Fulfillment by SCG Logistics ครบวงจร ที่ให้บริการคลังสินค้าจัดเก็บ บรรจุหีบห่อ และจัดส่งสินค้าตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ยังช่วยเชื่อมต่อและให้บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้าไทยไปยังจีน รวมทั้งตลาดอื่นๆ เช่น อินเดีย ด้วย

2.) การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานเช่น การทำสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้า ทำให้เอสซีจีสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 ได้กว่า 400 ล้านบาท (เมื่อเทียบกับแผนที่วางไว้)และการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงาน โดยสามารถจ่ายไฟได้แล้ว38เมกะวัตต์ทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากภายนอกคิดเป็นผลประหยัด170ล้านบาทต่อปีนอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยIoT แพลตฟอร์มและโครงการที่ใช้พลังงานทดแทนอื่นๆรวมกว่า100โครงการซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะมีผลประหยัด615ล้านบาทต่อปี

3.) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดได้ร่วมกับดิจิทัล เวนเจอร์ส ในการนำ Blockchain มาใช้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกับคู่ค้าอย่างครบวงจร ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยบุคลากรในองค์กร เช่น ระบบ Robotic Process Automation ที่จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้น AddVentures ซึ่งเป็นCorporate Venture Capital (CVC) ของเอสซีจี ก็ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพไปแล้วกว่า 415 ล้านบาท

4.) การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มเพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนางานวิจัยใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์อนาคต 6 กลุ่ม เช่นอาคารอัจฉริยะ พลังงานหมุนเวียน AI และ Big Data โดยล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ(กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS ICCB)ซึ่งมีสถาบันวิจัยในเครือข่ายมากกว่า100แห่งในประเทศจีนทั้งนี้9 เดือนแรกของปี 2561 เอสซีจีมียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services - HVA) 139,380ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 39 ของยอดขายรวม โดยใช้งบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกว่า 3,535 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1 ของยอดขายรวม และตั้งเป้าเพิ่มเป็นร้อยละ 1.5– 2 ของยอดขายรวมในอนาคต อีกทั้งยังเร่งสร้างความแข็งแกร่งในภาคบริการ ให้สอดรับความต้องการของผู้บริโภค โดยร่วมกับบุญถาวร จัดตั้งบริษัทร่วมทุนดำเนินธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในไตรมาสแรกของปี 2562

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัว “SCG HOME” เพื่อพลิกโฉมธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการพร้อมคัดสรรนวัตกรรมสินค้าที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ลูกค้าแบบครบวงจร สำหรับการอยู่อาศัยในทุกรูปแบบและหลากหลายช่วงอายุ ทั้งกลุ่ม Eldercare, Smart Living และ Smart Care ตลอดจนการพัฒนาHome Buddy Application ที่ช่วยให้การสร้าง ต่อเติมปรับปรุงบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ และยังเป็นช่องทางการเข้าถึงนวัตกรรมสินค้าและบริการที่สะดวกสบาย เชื่อมต่อกันทั้งหน้าร้านและออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่นี้เป็นครั้งแรกได้ที่ SCG HOME Pop-up Storeใน “งานบ้านและสวนแฟร์ 2018” ระหว่างวันที่ 26 ต.ค. – 4 พ.ย. 61 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

5.) การเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียนด้วยการบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2561เอสซีจีมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ76,008ล้านบาททั้งนี้มีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร (cash & cash under management) 52,614 ล้านบาท สอดคล้องกับแผนการลงทุนและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

6.) การทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน โดยเน้นเฉพาะโครงการที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้จากสภาพการณ์ในปัจจุบัน เช่น การลงทุนในโครงการประหยัดพลังงาน อาทิการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเตรียมให้บริการในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจรเป็นรายแรกของไทยในปี2562 ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ติดตั้งและบริการหลังการขายให้แก่ผู้สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

“ทั้งนี้ เอสซีจียังมั่นใจว่าจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและในภูมิภาคไว้ได้ ด้วยการวางกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้นเพื่อให้สามารถปรับตัวรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ด้วยแผน6 ด้านข้างต้น ประกอบกับกลยุทธ์ในระยะยาวที่เอสซีจีได้วางรากฐานไว้เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไป”รุ่งโรจน์ กล่าวสรุป

 

เอพี ไทยแลนด์ อสังหาฯ รายแรกประกาศเจตนารมณ์ จับมือ TOA ผู้นำวัสดุก่อสร้างเพื่อความยั่งยืน เพื่อสร้าง Living Quality และคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน

“ดูโฮม” ปรับเกม ไม่ได้ขายแค่วัสดุก่อสร้างแต่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

SCG Smart Living ครองอันดับ 1 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company ด้วยนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก

TOA คว้าอันดับ 1 แบรนด์ที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียสูงสุดในกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ในช่วงมกราคม – มิถุนายน 2568 โดย Thailand Social Awards

ดูโฮม รุกย่านธุรกิจ กรุงเทพฯ และปริมณฑลฝั่งตะวันออก เปิด ‘สาขาเทพารักษ์’ สมุทรปราการ จุดหมายแห่งใหม่ ค้าปลีก-ค้าส่ง วัสดุก่อสร้าง

TOA โชว์รายได้ปี 67 รวม 21,357 ลบ. บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.27บ. รุกกตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

Read More Stories  

Research

U.S. News & World Report เผย ‘ประเทศไทย’ ครองตำแหน่งค่าครองชีพถูกที่สุดในโลก ถูกสำหรับคนอื่น แต่ทำไมคนไทยยังรู้สึกแพง?

ยิ่งดึกยิ่งคึก! แกร็บ เผยอินไซต์คนเมือง ศุกร์-เสาร์ “คืนปล่อยจอย” เรียกรถพุ่ง 20% “ถุงยางอนามัย” สั่งมากกว่า 3 แสนชิ้นต่อปี

ไทยกำลังแก่ก่อนรวย? เปิดอินไซต์เมื่อแรงงานในประกันสังคมมีเพียง 12% ที่มีเงินออมเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

Read More Stories  

Digest

FWD ประกันชีวิต ชวนลูกค้าใช้สิทธิ์บริการ FWD Telemedicine ผ่านแอปฯ MorDee (หมอดี) พบแพทย์ออนไลน์ได้จากทุกที่ ใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่าย

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact