สมร กล่าวต่อว่า ไปรษณีย์ไทย ยังเตรียมยกระดับคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ ผ่าน 3 บริการใหม่ ที่พร้อมตอบโจทย์กลุ่มอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
• บริการส่งด่วน EMS ในประเทศ (EMS Same Day) บริการส่งด่วนพิเศษในประเทศ โดยสามารถฝากส่ง และนำจ่ายถึงมือผู้รับได้ภายในวันเดียวกัน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพบริการและเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่ง เพียงฝากส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทาง ภายในเวลา 11.00 น. ทั้งนี้ พร้อมให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 พร้อมนำร่อง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 48 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
• การขยายจุดบริการส่งด่วนในประเทศ (EMS Point) การขยายจุดให้บริการไปรษณีย์ EMS ในประเทศ ในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งไปรษณีย์ไทยจะให้บริการส่ง EMS ด้วยกล่องเหมาจ่าย ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป
• บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) พร้อมนำส่งเข้าระบบ e-Walllet ของไปรษณีย์ไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซบริหารเงินใน e-Wallet ได้ทันที โดยจะเริ่มเปิดให้บริการภายในเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังเตรียมคาราวานกิจกรรมและโปรโมชั่นดี๊ดีสุดพิเศษ เอาใจผู้ใช้บริการที่ส่งถึงปลายทางทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ ปรับลดราคาบริการ EMS ในประเทศ ตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไปส่วนลดกล่องและซองฟอร์คอมเมิร์ซ (4Commerce) เมื่อชำระเป็นเงินสดต่อ 1 ใบเสร็จ 3 - 5% ส่วนลดค่าบริการส่งต่างประเทศ 200 บาท สำหรับการส่งประเภทกล่อง ด้วยบริการคูเรียโพสต์ (Courier Post) อีกทั้งกิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึก “พาวเวอร์แบงค์สกรีนลายช้าง” (มีจำนวนจำกัด) เพียงร่วมสนุกในเฟซบุ๊คแฟนเพจของไปรษณีย์ไทย (www.facebook.com/thailandpost.co.th) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับคนไทย
พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทย ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุด “เปิดหู เปิดตา” ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์การให้บริการขนส่งที่หลากหลาย ตั้งเป้าเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้สู่ธุรกิจ ทุกระดับ ตั้งแต่สินค้าชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่เป็นน้องใหม่ที่น่าจับตาในยุคดิจิทัล สามารถแข่งขันในตลาดที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าว จะเริ่มเผยแพร่ผ่านทางสื่อต่างๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งครอบคลุมช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด
นอกจากนี้ ปัจจุบันไปรษณีไทย ได้เปิดเว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท (Thailandpostmart.com) ร้านออนไลน์ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการในทุกระดับ ครอบคลุมสินค้าอร่อยทั่วไทย ของดีประจำจังหวัด สินค้าชุมชน สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าไปรษณีย์ โดยจากสถิติการสั่งซื้อสินค้าตลอดปี 2561 พบว่า สินค้าอร่อยทั่วไทย อาทิ แดงแหนมเนือง วีทีแหนมเนือง แหนมไบโอเทควนัสนันท์ และชุดอาหารเหนือเบนโตะร้านศรีพรรณ ได้รับความนิยมและสั่งซื้อสูงสุด รองลงมาเป็นสินค้าชุมชน อาทิ ผ้าไหมไทย ผ้าขาวม้า และผลิตภัณฑ์จักสานกระจูด เป็นต้น สมร กล่าวทิ้งท้าย
อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทย ได้จัดพิธีเปิดตัวแคมเปญ “ไปรษณีย์ไทยดี๊...ดี” พร้อมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “เปิดหูเปิดตา” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ แมคฟิว่า (MCFIVA) ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือ เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th