สำหรับการแข่งขันในประเทศไทยปีนี้จะจัดขึ้นโดย ยูโรเปี้ยน เรดบูล (ประเทศไทย) ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2018 โดยมีผู้ผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลเพียง 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีความโดดเด่นในสไตล์และแนวเพลงอย่างชัดเจน รวมทั้งยังมีทักษะ ลูกเล่นที่เหนือชั้น ได้แก่ ดีเจเป็ก (DJ PEGG) มาพร้อมกับแนวเพลงที่เป็นอิสระ ไร้ขีดจำกัด เน้นสร้างความสนุกสนานของผู้ที่มาร่วมปาร์ตี้ ดีเจนั๊ตตี้ (DJ NUTTY) โดดเด่นด้วยการผสมผสานแนวเพลงยกล้อจังหวะโจ๊ะๆเข้ากับแนวเพลงอนิเมะจากญี่ปุ่นอย่างลงตัว ดีเจเอ็กซ์ดี (DJ EX-DEE) หนุ่มอายุน้อยที่สุดบนเวทีการประกวด ที่เดินทางมาจากภูเก็ต เน้นการสร้างสรรค์เพลงด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์ดนตรีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น ฮิพฮอพ แทร็ป อาร์ แอนด์ บี และแนวเพลงอื่นๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว และสุดท้าย ดีเจ สตีซ (DJ STEEZ) หนุ่มจากขอนแก่น ที่ขึ้นสังเวียนมาประชันความสามารถบนเวทีนี้เป็นครั้งแรก จึงงัดทักษะการเลือกเพลงแบบเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อนด้วยแนว ร็อค เรกเก้ ฮิพฮอพ มาผสมผสานเพื่อสร้างบีทเพลงใหม่ๆเพื่อผลงานดีในสไตล์ที่เป็นตัวตนที่สุด
เกณฑ์การตัดสินในรอบไฟนอลของคณะกรรมการนั้นแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2. ทักษะด้านต่างๆ 3. การเลือกเพลงอย่างเหมาะสม และสุดท้ายคือการตอบสนองจากฝูงชน เพราะนอกจากดีเจทั้ง 4 ต้องงัดทักษะ ไม้เด็ด ขึ้นมาประชันความสามารถกันอย่างเต็มที่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการสร้างความสนุกสนาน ให้ผู้ชมนับร้อยที่มาร่วมงานประทับใจ เพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งเดียวในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงแชมป์โลกที่ประเทศไต้หวัน พร้อมกับเพื่อนดีเจที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 22 ประเทศ
เตรียมพร้อมที่จะไปปาร์ตี้ระเบิดความมันในสไตล์ที่แตกต่างที่งาน เรด บูล มิวสิค ทรี สไตล์ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง ยูโรเปี้ยน เรดบูล (ประเทศไทย)Website : www.redbull3style.com,Facebook:www.facebook.com/redbull3style