ธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกพันธมิตร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ลงนามความร่วมมือ “การส่งเสริมสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปี 2561 – 2564” เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มุ่งกระจายการเจริญเติบโตสู่เศรษฐกิจฐานราก โดยผนึกศักยภาพของทั้งสององค์กรที่มีความหลากหลาย เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือและให้การสนับสนุนที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเครือข่าย สสว. และลูกค้าเอสเอ็มอีธนาคารไทยพาณิชย์ รวมกว่า 2 แสนราย ที่จะครอบคลุมทุกมิติและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าผลักดันเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ขยายทางเลือกการเข้าถึงแหล่งเงินทุนรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ตั้งเป้าดันเอสเอ็มอีในเครือข่าย สสว. เข้าตลาด MAI จำนวน 30 ราย ภายในปี 2562 ผุดหลักสูตรพิเศษเปิดมุมมองการระดมทุนในรูปแบบต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ SME ปี 2561-2564 ระหว่าง สสว. กับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่า วัตถุประสงค์ของการลงนามครั้งนี้ คือ สสว. และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จะร่วมมือกันจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเนื้อหาความร่วมมือประกอบด้วย การเสริมสร้างโอกาส การส่งเสริมให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงบริการของ สสว. และธนาคาร รวมถึงการอำนวยความสะดวก และการพัฒนาขีดความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุนแก่ผู้ประกอบการ SME ที่เป็นสมาชิก สสว. ความร่วมมือกันนี้ ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SME โดยจัดให้มีที่ปรึกษาธุรกิจ (Business Coach) ให้คำแนะนำปรึกษาให้แก่ผู้ประกอบการ SME รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีได้รับองค์ความรู้ในการทำธุรกิจ มีระบบการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด (High Value) ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการพัฒนาวิสาหกิจฐานรากให้เข้มแข็ง และการส่งเสริมผู้ประกอบการในระดับชุมชน (Community-based) หรือผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย (Micro) เพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจรากฐานต่อไป
“สำหรับ ในระยะแรก สสว. จะนำผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ตั้งแต่แต่ครั้งที่ 1 - ครั้งที่ 10 ที่มีความสนใจและมีความพร้อมจำนวน 19 กิจการ จากหลากหลายประเภทธุรกิจ เช่นธุรกิจเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ ธุรกิจไฟฟ้าและอีเล็กทรอนิคส์ ธุรกิจซอฟท์แวร์และแอพพลิเคชัน ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจงานสร้างสรรค์และออกแบบ ธุรกิจการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้ เข้าร่วมกิจกรรมที่ธนาคารเป็นผู้จัดเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ MAI เพื่อยกระดับธุรกิจและการหาแหล่งเงินทุนสู่การขยายและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับกิจการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทบาทของ สสว. ในการส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยให้มีความเข้มแข็ง และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ” ผอ.สสว. กล่าว