ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เปิดโรงงาน ไทยยูเนี่ยน มารีน นูเทรียนส์ โรงกลั่นน้ำมันปลาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ณ เมืองรอสต็อค ประเทศเยอรมัน จากซ้ายไปขวา: ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป, ดร.ทิลล์ แบ็คเฮาส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม, ลีโอนาร์ดัซ คูเลน กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจ Marine Ingredients, เชง นิรุตตินานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร และฟิลิปป์ ชโรเดอร์ ผู้จัดการโรงงาน ไทยยูเนี่ยน มารีน นูเทรียนส์
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลก ได้สร้าง ไทยยูเนี่ยน มารีน นูเทรียนส์ ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันปลาด้วยเงินทุน 24 ล้านเหรียญสหรัฐ สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โรงกลั่นน้ำมันปลาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ตั้งอยู่ที่เมืองรอสต็อค ประเทศเยอรมัน มีความสามารถในการกลั่นน้ำมันปลาบริสุทธิ์ซึ่งนับเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 และดีเอชเอ มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนทุกช่วงวัยและพัฒนาการในทารก
โรงกลั่นที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ทำให้ไทยยูเนี่ยนเป็นผู้ผลิตน้ำมันปลาทูน่าเกรดพรีเมี่ยมรายเดียวที่ดูแลการผลิตได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การสกัดน้ำมันปลาในขั้นตอนแรกนั้นเกิดขึ้นที่โรงงานของไทยยูเนี่ยนในจังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย ก่อนจะขนส่งน้ำมันไปที่ท่าเรือเมืองฮัมบูร์กเพื่อทำการส่งไปที่โรงงานในเมืองรอสต็อคต่อไป
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมปลาทูน่าด้วยการสกัดสารอาหารจากส่วนต่างๆ ของปลาทูน่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด น้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์นี้เป็นเพียงก้าวแรกของการนำนวัตกรรมมาพัฒนาธุรกิจ Marine Ingredients”
หน่วยธุรกิจ Marine Ingredients ของไทยยูเนี่ยนเกิดขึ้นในปี 2560 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในการบริโภคสารอาหารที่มีคุณค่าจากอาหารทะเล อาทิ สารอาหารโอเมก้า 3 จากอาหารทะเล เป็นต้น โดยหน่วยธุรกิจนี้ได้นำผลงานการค้นคว้าจากศูนย์นวัตกรรมไทยยูเนี่ยนมาพัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง
ในระยะแรก โรงงาน ไทยยูเนี่ยน มารีน นูเทรียนส์ แห่งนี้ตั้งเป้าผลิตน้ำมันปลาทูน่า 5,000 เมตริกตันต่อปี เพื่อส่งเป็นวัตถุดิบให้แก่โรงงานผู้ผลิตสินค้าสารอาหาร อาทิ อาหารสำหรับทารก อาหารเสริม และอาหารสำหรับผู้ป่วย เป็นต้น
“โรงกลั่นน้ำมันปลาถือเป็นจุดเริ่มต้นของไทยยูเนี่ยนบนเส้นทางแห่งนวัตกรรมความยั่งยืน เพราะหลังจากเราสกัดน้ำมันแล้ว ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์จากปลาทูน่าที่ไทยยูเนี่ยนสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นับเป็นก้าวที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมของไทยยูเนี่ยนอย่างแท้จริง” ธีรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย