TV
สำหรับเม็ดเงินก้อนใหญ่จาก 89,500 ล้านบาท ก็ยังอยู่กับสื่อ TV กว่า 55% แม้ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง อย่างที่เรารู้กันดีว่าจากช่องหลัก 6 ช่อง กลายมาเป็น 24 ช่อง ทำให้ผู้เล่นต่างก็เเย่งชิงพื้นที่เพื่อขอส่วนแบ่งจากเม็ดเงินก้อนนี้ แต่อย่างไรก็ดีในส่วนของทีวีตัวเลขน่าจะไม่ได้มีการขยับขึ้นลงมากนัก
ช่องที่มีการปรับตัวก็จะมีการวางรูปแบบการออกอากาศของรายการแตกต่างกันระหว่างบนทีวีและออนไลน์ นั่นคือการปรับตัวของช่องเพื่อแชร์รายได้หลักที่หายไป นำส่วนของออนไลน์ที่เป็นโอกาสใหม่เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เเปลี่ยนไปเช่นกัน
Online
สำหรับสื่อออนไลน์ยังคงเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการใช้จ่ายใสสื่ออนไลน์หมุนเวียนกว่า 15,000 ล้านบาท
จากข้อมูลของ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) พบว่า Facebook ยังคงครองแชมป์แพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ต่างๆ เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภค แม้เม็ดเงินปัจจุบันจะสูงกว่า 4,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับ 1/3 ของมูลค่าสื่อโดยรวมทั้งหมดของประเทศ แต่ Facebook ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะมีเม็ดเงินสื่อสูงถึง 4,600 ล้านบาทภายในปีนี้ คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 13% จากปีที่แล้ว
ในขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็เป็นเครื่องมือที่แบรนด์เลือกใช้ในการโฆษณาเช่นกันอย่างกลุ่ม Influencer, KOL หรือบล็อกเกอร์ต่างๆ ทำให้ ณ เวลานี้โซเชียลกลายเป็นที่สนใจของนักการตลาดพอๆ กับการทำ Search และ Creative
เนื่องจากได้รับความนิยมจากแบรนด์ผ่านการโฆษณาเชิญชวนและการรีวิวสินค้าของผู้นำในโลกโซเชียล (Influencer) และเน็ตไอดอลต่างๆ ทำให้ ณ เวลานี้โซเชียลกลายเป็นที่สนใจของนักการตลาดมากกว่า Search และ Creative