อัญชลี ได้ยกตัวอย่างการวางแผนสื่อของมาร์ทโฟนหัวเว่ยในประเทศจีนให้ฟังว่า Aureus สามารถทำให้มีเดีย แพลนเนอร์รับรู้ได้ว่าบริเวณไหนที่มีความหนาแน่นของผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนของคู่แข่งขันอย่าง Apple และเลือกที่จะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้
หรือจะเป็นแคมเปญของรถยนต์ Volkswagen ที่มีการใช้โฆษณารถยนต์ SUV ในสื่อ Billboard แต่มีการใส่ไอเดียเพิ่มเติมเข้าไป โดยมีการติดตั้งกล้องสำหรับสแกนรถยนต์ที่ติดอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อใดที่มีรถ SUV ของ Volkswagen ผ่านเข้ามา ระบบจะทำการส่ง SMS ไปยังผู้ขับขี่ เพื่อบอกว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ต้องนำรถเข้าไปตรวจสภาพที่ศูนย์เป็นต้น
ตัวอย่างที่ยกมาทั้ง 2 เคสนี้ คือตัวอย่างของการเชื่อมต่อระหว่างสื่อ Offline กับ Online ผ่านสื่อนอกบ้านที่ทำได้ในปัจจุบัน
เพื่อให้การเชื่อมต่อระหว่างสื่อนอกบ้านกับ Online ทำได้อย่างไร้รอยต่อมากที่สุดทาง Kinetic เองก็เตรียมที่จะโปรโมทแอพพลิเคชั่น Cee App ให้ผู้บริโภคได้ดาวน์โหลดไปใช้งาน
Cee App นั้นสามารถใช้งานผ่านการสแกนป้ายโฆษณาที่มี Logo Cee App เพื่อร่วมกิจกรรมในลักษณะ Interactive ไม่ว่าจะเป็นการทำ Poll สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค, ทำ Pop Up Advertising, สั่งซื้อสินค้า, ร่วมสนุกกับกิจกรรมเช่นการเล่นเกมลุ้นรางวัล, การให้คูปอง เพื่อดึงคนเข้าร้าน, กรอกแบบฟอร์ม, สำรวจข้อมูลผู้บริโภคเบื้องต้น, วัด Feedback ของผู้บริโภค, การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เคยมาใช้บริการ หรือแม้กระทั่งการบอกเส้นทางไปยังร้านค้า สาขาที่ใกล้ที่สุดก็ยังทำได้
“สมาร์ทโฟนคือเครื่องมือที่จะเชื่อมโยงผู้บริโภคกับสื่อนอกบ้าน และสื่อ Offline, Online ได้ดีที่สุดในปัจจุบัน Kinetic เตรียมที่จะโปรโมทการใช้งานของ Cee Apps ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 500,000 ดาวน์โหลดใน 1 ปี”
ซึ่งแต่ละแคมเปญจะเลือกใช้ฟังก์ชั่นไหนก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของสินค้าและบริการนั้นๆ เพราะว่าการสแกนผ่านสมาร์ทโฟนนี้สามารถทำได้ตั้งแต่สื่อขนาดใหญ่อย่าง Billboard, สื่อ Transit ไปจนถึงสแกนจาก Poster และสื่อสิงพิมพ์, สแกนภาพจากทีวี หรือแม้แต่สแกนเสียงก็ยังทำได้
นั่นหมายความว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ทำให้สื่อนอกบ้านทำหน้าที่ได้มากกว่าแค่บอกข่าวสาร หากแต่ยังพลิกโฉมเป็น Interactive Media ได้
ส่วนจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่เข้าไปในแคมเปญ