ทั้งนี้ในช่วงปีแรกของการเปิดร้าน คาดหวังว่าจะมีลูกค้ากว่า 400,000 ราย เข้ามาเยี่ยมชมร้าน คิดเป็นสัดส่วนคนไทย 60% ชาวต่างชาติ 40% เนื่องด้วยกลยุทธ์ในด้านการทำราคาของสินค้าชุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ราคาไม่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ช็อปแห่งนี้จะช่วยในเรื่องของการกันตลาดของหิ้วจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง
เลโก้ ให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้าง Brand Experience ทำให้มีการใช้กลยุทธ์ในรูปแบบของการเปิดช็อปเลโก้ ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดในเอเชียที่ถือเป็น Emerging Market ของเลโก้ที่ยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกค่อนข้างมาก ซึ่งจะแตกต่างจากตลาดในยุโรป และอเมริกา ที่ค่อนข้างจะอิ่มตัวแล้ว โดยเลโก้ มีเลโก้ ช็อปอยู่กว่า 50 แห่ง กระจายอยู่ในตลาดเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ส่วนในอาเซียน ก็มีที่สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และล่าสุดที่ประเทศไทย
“เรายังไม่สามารถบอกตัวเลขการเปิดเลโก้ ช็อปที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องเลือกโลเกชั่นที่เหมาะสม เพราะเลโก้ ช็อปนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าไปสร้าง Brand Experience กับเด็กๆ โดยเรามองว่าในประเทศไทยมีโอกาสที่เปิดช็อปในรูปแบบที่ว่านี้ถึง 10 แห่ง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีโอกาสการเติบโตที่ดีโดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตัวของครอบครัวที่เป็นชนชั้นกลาง แม้อัตราการเกิดของเด็กไทยจะมีตัวเลขค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อพ่อ – แม่ มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็พร้อมที่จะจ่ายเพื่อแลกกับสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ”
ตลาดของเด็กเล่นที่เสริมสร้างทักษะความรู้ในบ้านเรามีมูลค่าตลาดประมาณพันกว่าล้านบาท ในปี 2561 นี้ คาดว่าตลาดมีการเติบโตไม่มากนักประมาณ 1 – 2% เลโก้อยู่ในตลาดกลาง – บน มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20 – 25% โดยมีการเติบโตมากกว่าการเติบโตของตลาดรวมมาตลอดในช่วง 5 – 6 ปีหลังมานี้
ที่ผ่านมา เลโก้ ไม่ได้แข่งขันกับของเด็กเล่นประเภทอื่นเท่าไรนัก การแข่งขันส่วนใหญ่จะแข่งกับสินค้าก๊อปปี้ และสินค้าที่หิ้วมาจากเมืองนอก กลยุทธ์ที่มุ่งไปที่การเปิดเลโก้ ช็อป จึงเข้ามาเป็นคำตอบได้ดีถึงการปิดช่องว่างทางการแข่งขันได้เป็นอย่างดี......