1. ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอล นับว่าเป็นอีกหนึ่ง Content ที่ธุรกิจเพย์ทีวีหลายค่ายต่างจับตามอง สำหรับลีกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างพรีเมียร์ลีก ก็จะมีการเปิดประมูลโดยให้ธุรกิจเพย์ทีวีของประเทศต่างๆ เข้าร่วมเพื่อนำการแข่งขันในแต่ละแมตช์นั้นไปออกอากาศ ซึ่งในแต่ละซีซั่นก็สร้างเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเข้าสู่ธุรกิจ ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็จะถูกแบ่งสันปันส่วนเข้าสู่สโมสรภายในลีก
ส่วนฟุตบอลไทยนั้น เจ้าพ่อถ่ายทอดกีฬาอย่างทรูวิชั่นส์หันมาโฟกัสวงการฟุตบอลไทยอย่างจริงจัง สำหรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนกว่า 2 เท่าตัว โดยลิขสิทธิ์ในปี 2560-2563 นั้น ตกเป็นของบริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ด้วยเงินประมูล 4,200 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความนิยมในบอลไทยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตัวเลขของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดพุ่งทะยานสูงขึ้น และไม่เพียงแค่ค่ายทรูวิชั่นส์ที่สนใจคอนเทนต์นี้ ยังคงมีอีกหลากหลายค่ายที่จ้องเอาไทยลีกไปนำเสนอ
สำหรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรวม 4 รายการ คือ ฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, การแข่งขันฟุตบอลยามาฮ่า ลีก วัน, การแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ และการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีก คัพ
เม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นจะช่วยส่งผลให้มาตรฐานการแข่งขันเข้าสู่ระดับสากลมากขึ้น รวมไปถึงรายได้ของนักเตะก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ถ้าใครหลายคนได้ชมการถ่ายทอดก็จะพูดตรงกันเลยว่า “ขนลุก” กับปรากฏการณ์ของกองเชียร์ที่เกิดขึ้น บางคนถึงกับต้องหาสโมสรในดวงใจแล้วเดินทางไปเชียร์เองที่ขอบสนาม