ไม่แปลกหากใครที่เห็นคอลเลคชั่นเรือนเวลาจาก ราโด (Rado) แล้วจะนึกถึงวัสดุเลื่องชื่อตระกูล ไฮเทคเซรามิก (High-Tech Ceramic) และ พลาสม่าไฮเทคเซรามิก (Plasme High-Tech Ceramic) เพราะนี่คือเทคโนโลยีชั้นสูงของแบรนด์ที่ได้คิดค้นและริเริ่มใช้ในแวดวงนาฬิกาก่อนใคร จนได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้สรรสร้างนวัตกรรมเวลาและสุดยอดงานดีไซน์ต้นแบบผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ (Master of Materials)
สำหรับ พลาสม่าไฮเทคเซรามิก ถือเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการเล่นแร่แปรธาตุสมัยใหม่ โดยนำเซรามิกสีขาวไปผ่านกระบวนการเพิ่มปริมาณคาร์บอนด้วยพลาสม่าจนได้เป็นวัสดุที่เงางามแบบเมทาลิค โดยปราศจากซึ่งการใช้โลหะเป็นส่วนผสม อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ไว้อย่างเด่นชัดจนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักที่ขาดไม่ได้นับตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1998 ไปจนถึงบทบาทล่าสุดบนตัวเรือนของ ราโด ไดมาสเตอร์ เพอทิท เซคเคิล ออโตเมติก ซีโอเอสซี (Rado DiaMaster Petite Seconde Automatic COSC) รุ่นใหม่ในปี 2018 นี้ด้วยเช่นกัน
ราโด ไดมาสเตอร์ เพอทิท เซคเคิล ออโตเมติก ซีโอเอสซี (Rado DiaMaster Petite Seconde Automatic COSC) จึงเป็นเรือนเวลายูนิเซ็กซ์ที่หยิบความท้าทายของ พลาสม่าไฮเทคเซรามิก ซึ่งมีความบางเบาแต่แข็งแกร่งและทนต่อรอยขีดข่วนเป็นเลิศ มาผสมผสานกับวัสดุที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นอย่าง ซิลิคอน (Silicon) ซึ่งมาในรูปแบบขดสปริงขนาดเล็ก (Hairspring) หนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่ส่งให้เรือนเวลารุ่นนี้ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงตามมาตรฐาน COSC