ธนาคารยูโอบี(มหาชน) นำโดย เจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล เปิดตัวสาขาใหม่สวนกระแสดิจิทัล พร้อมปรับกลยุทธ์ฉีกกฎสาขารูปแบบเดิม เจาะกลุ่มลูกค้า 3 ไลฟ์สไตล์ ภายในงาน" UOB My Bank My Branch" โดยในงานแถลงข่าวได้ดึง 3 เซเลบ 3 สไตล์การใช้ชีวิต คือ ศรีริต้า เจนเซ่น, เปิ้ล นาคร พร้อมครอบครัวศิลาชัย และ ฟรุค เกรกพล มัสยวาณิช มาแชร์ประสบการณ์สุดประทับใจการใช้บรการสาขารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
“การลงทุนไม่ใช่เพราะความฟลุคแต่ต้องมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการเงินการลงทุนตัวจริง” ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช ที่กลายมาเป็นนักลงทุนตัวพ่อในปัจจุบัน เป็นอีกเซเลบริตี้สุดหล่อ “ฟลุค-เกริกพล” ที่หลายๆคนอิจฉา ทั้งรวย ทั้งเก่ง จนหลายคนเกิดคำถาม เขาเริ่มเรียนรู้การลงทุนตั้งแต่เมื่อไร?
ด้านการลงทุนของฟลุคเริ่มต้นตอนอายุประมาณ 19 ปี เมื่อมีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงมีรายได้จากการแสดงก้อนโตเข้ามาตั้งแต่วัยรุ่น ช่วงแรกๆ คุณพ่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องการเงิน โดยเปิดพอร์ตนำเงินไปลงทุนในหุ้น ซึ่งในทุกวันก็จะส่งพอร์ตการลงทุนมาให้ดู ก็เห็นว่ามีขึ้นมีลงไปตามภาวะต่างๆ ทำให้รู้จักด้วยหุ้นตั้งแต่นั้นมา และเมื่อโตขึ้นเราก็ได้เรียกรู้การบริหารความเสี่ยง และด้วยในปัจจุบันฟลุคได้ขยายธุรกิจไปหลากหลาย จึงอาจจะทำให้ไม่มีเวลาในการเข้ามาบริหารความเสี่ยงด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงต้องมองหาแบงก์หรือ ธนาคารผู้ช่วยที่เป็นมืออาชีพเข้ามาดูแลด้านการเงิน และการลงทุนให้น่าจะดีกว่า เพื่อวางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ และศึกษาหามาหลายที่และตัดสินใจ
ล่าสุดคุณฟลุคมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว “UOB My Bank My Branch” ฉีกกฎสาขารูปแบบเดิมเจาะกลุ่มลูกค้าสามไลฟ์สไตล์ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน/สตาร์ทอัพ และกลุ่มเจ้าของกิจการหรือกลุ่มผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง วันนี้เป็นตัวแทนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง มาแชร์เคล็ดลับจากูรูการลงทุนอย่างคุณฟลุคให้ฟัง
เมื่อเรามาธนาคาร เราควรถามอะไรบ้าง?
เราต้องมีเป้าหมายในใจก่อน ว่าเราต้องการอะไรจากเงินก้อนนี้ สมมุติว่าคุณเอาเงินมา 5 ล้านที่ธนาคาร ในหัวของคุณต้องรู้แล้วว่าคุณไม่ต้องการให้เงินก้อนนี้ลดลงเลย ค่อยๆ ขึ้น ก็จะสามารถตอบได้ระดับนึงแล้ว ว่าคุณเป็นคนที่ต้องการความเสี่ยงน้อย
แต่ถ้าคุณต้องการให้เงินมันเติบโตแบบเยอะๆ และไม่คิดจะเอาออกเหมือนผม ก็แปลว่าคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูง สิ่งสำคัญเลยคือคุณต้องมาพร้อมกับความคิดก่อนว่า คุณต้องการอะไรจากเงินก้อนนี้ และคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้เมื่อไร
ถ้าคุณจะต้องใช้เงินในอีกไม่กี่ปี ก็จะต้องเป็นการลงทุนอีกแบบนึง แต่ถ้าคุณจะใช้ตอนเกษียณ มันก็เป็นการลงทุนอีกแบบนึง ดังนั้นในหัวคุณต้องมาพร้อมกับว่าสู้แค่ไหน สู้ยาวแค่ไหน ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนว่าคุณต้องการจะวิ่ง 4 X 100 หรือจะแข่งมาราธอน เราต้องรู้เป้าหมายตัวเองก่อน เราให้เงินทำงานแล้ว เราต้องรู้ว่า เราจะใช้เค้าไปทางไหน
จากนั้นคุณมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญว่าสิ่งที่คุณฝัน เป็นไปได้หรือเปล่า คุณไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด เพียงแต่ว่าคุณต้องหาคนที่เก่งที่สุด มาทำงานให้คุณ