Price Relearn
ดร. วิริยะ อธิบายเกี่ยวกับ Price Relearn ว่า ในยุค Marketing 101 นักการตลาดมักจะตั้งราคาตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ ตั้งราคาสูงขายได้น้อย ตั้งราคาต่ำขายได้มาก ตามกฎดีมานด์ ซัพพลาย
นักการตลาดจะใช้ 2 วิธีนี้ในตั้งราคา คือ Price Skimming หรือการตั้งราคาสูงไว้ก่อนแล้วค่อยลดลงมา กับ Penetration Pricing หรือตั้งราคาต่ำแล้วค่อยๆ ปรับราคาขึ้น ไต่ระดับขึ้นมาด้วยการสร้าง Value ของสินค้า
การ Price Unlearn ก็คือ ต้องเข้าใจเพิ่มเติมว่า การตั้งราคาไม่ได้มีแค่ 2 วิธีอีกต่อไป แต่มีสิ่งใหม่ๆมากมายในการที่เราจะเอามาใช้ได้
ดร.วิริยะ ได้ยกตัวอย่างการตั้งราคาสินค้าในประเทศเม็กซิโกด้วยแนวคิด Minimum Viable Product ให้ฟังว่า ที่ประเทศเม็กซิโก คนส่วนใหญ่จะพกเหรียญไม่เกิน 10 เปโซ เพราะฉะนั้นสินค้าที่เขาจะผลิตขึ้นมาและอยากให้ขายดี ราคาขายจะต้องไม่เกินสิบเปโซ ถ้ามากกว่านั้นคนต้องจ่าย 2 เหรียญ จะเริ่มเป็นความยุ่งยากทันที
เมื่อรู้ถึงพฤติกรรมของคนท้องถิ่น ก็มีบริษัทผู้ผลิตสินค้ารายหนึ่งได้ผลิตน้ำยาซักผ้าใหม่ด้วยขนาดที่เล็กกเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาไม่เกิน 10 เปโซ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก
กลยุทธ์ดังกล่าวก็มีใช้ในประเทศไทยเช่นกัน กับสินค้าแบบซองที่วางจำหน่ายในร้านชำรอบนอกที่ขายไม่เกิน 10 บาท
อีกกรณีศึกษาของ Price Relearn ที่น่าสนใจในปัจจุบันก็คือ ในตลาดเกม
“โมเดลการตั้งราคาของเกมนี่ถือว่าลบหลักการเดิมไปหมด กาทำตลาดของเกม คือการหาข้อมูลทางด้านจิตวิทยาโดยตรงกับผู้เล่นเกม เพราะเขารู้ว่าทำอย่างไรคนจะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้ออาวุธ หรือว่าดาวเพิ่มเพื่อให้ผ่านเกมนั้น”
Place Relearn
เรื่องต่อมาก็คือ Place Relearn นี้ ดร.วิริยะ มองว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามา Disruption ช่องทางการขายอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
“สมัยก่อนเราบอกว่า จะสำเร็จได้ต้อง Location Location แล้วก็ Location แต่ว่ายุคนี้ Location เปลี่ยนแปลงไป หลายสินค้าสามารถสร้างยอดขายผ่าน E-Commerce, M-Commerce แถมมียอดขายที่แซงทะยานยอดขาย Offline ไปได้หลายรายแล้ว เพราะฉะนั้นถ้านักการตลาดไม่สามารถทำความเข้าใจแค่ในเรื่อง Physical Space แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมคนใน Virtual Space ไปพร้อมๆ กัน”
ตัวอย่างการ Place Relearn ที่ชัดเจนก็คือ การประสบความสำเร็จในประเทศจีนทั้งระบบการชำระเงินและตลาดออนไลน์นั่นเอง