ทุกวันนี้ Millennial มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งต่อเรื่องงบประมาณ พนักงานรอบข้าง และการตัดสินใจสำคัญขององค์กร แต่ก็มีหลายคนที่ยังกระเสือกกระสนดิ้นรน เพื่อให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของที่ทำงาน
การช่วยให้ Millennial รู้สึกถึงการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนบริษัท ไม่ได้เป็นแค่ทำงานปกติประจำวันได้เท่านั้น ผู้บริหารต้องทำให้พวกเขาทำงานสำคัญเป็นพิเศษได้ด้วย
Julie Williamson, Chief Growth Enabler, Karrikins Group กล่าวว่า เพื่อให้พนักงานกลุ่ม Millennial ตั้งใจทำงานตลอดเวลา บรรดาเจ้านายทั้งหลายจำเป็นต้องทำทุกอย่างให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า กำลังทำสิ่งที่น่าสนใจ
บรรดา Millennial ต้องเผชิญความท้าทายเดียวกับ Generation ก่อนหน้า ทั้งเรื่องการทำงานสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาที่มืออาชีพพูดคุยกัน การโน้มน้าวชี้นำคนที่มีบุคลิกต่างกัน ทำความเข้าใจโครงสร้างการรายงานเรื่องต่างๆ ฯลฯ
เวลาเดียวกัน พวกเขายังต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ในการต้องปรับตัวให้เข้ากับองค์กรที่ต้องแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพิ่มไปกับความจริงที่ว่าในวัยเด็ก Millennial ส่วนใหญ่เติบโตขึ้นมากับครอบครัวที่มีกรอบมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาจึงต้องต่อสู้อย่างหนัก กับสิ่งไม่คุ้นชิน
มีเคล็ดลับ 3 เรื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ Millennial สามารถเติบโต มีพลังสร้างสรรค์ไม่หยุดยั้ง
1. ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังทำงานที่มีความหมาย
ความรู้สึกเป็นเจ้าของ เป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้น Millennial โดยเฉพาะถ้าเรื่องนั้นๆ ให้ผลกระทบแรงๆปัจจุบัน สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม คือ แทนที่จะให้พนักงานหน้าใหม่ทำงานท้าทาย หรือสร้างความแตกต่าง องค์กรส่วนใหญ่มักมอบหมายให้ทำงานเล็กๆที่ไม่มีใครสนใจ ถ้าคุณเป็นรุ่นพี่ หรือคนดูแล ควรกระตุ้นให้พวกเขานำประสบการณ์ในอดีตมาใช้ เอาชนะสิ่งที่คุณเคยคิดว่าเป็นความท้าทายนั้นๆ
ตัวอย่างของสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เช่น บอกให้พวกเขาเปรียบเทียบ หรือทำสิ่งตรงกันข้ามกับวิถีเดิมๆที่บริษัทเคยใช้ ในการท้าทายคู่แข่ง โดยเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนการ หรือรูปแบบเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ต้องให้พวกเขาทำงานที่สามารถเรียนรู้ และเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อให้รู้สึกมั่นใจกับการทำอะไรใหม่ๆ
2. จาก Work-life Balance สู่ Work-life Integration
Work-life Balance เป็นคำเก่าๆ ที่ใช้ในอดีต แต่ Millennial สนใจเรื่อง Work-life Integration มากกว่าทั้งนี้ Work-life Integration หมายถึง การผสมผสานระหว่างการทำงานแบบมืออาชีพ กับการใช้ชีวิตส่วนตัว ให้เกิดขึ้นแบบ “ไร้รอยต่อ” ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ปัจจุบัน Millennial ส่วนใหญ่กำลังเริ่มต้นมีครอบครัว ซื้อบ้าน และเดินทางรอบโลก ทำให้เมื่อถึงห้วงเวลาที่เหมาะสม พวกเขาต้องการแสดงความสามารถที่มีให้เห็น นั่นหมายถึงการมาพร้อมกับขอบเขตความคาดหวังเรื่องการทำงานร่วมกับทีม การสื่อสาร พร้อมที่จะท้าทายสมมติฐานของผู้บังคับบัญชาถึงงานที่ทำเสร็จ
นอกจากนั้น ต้องพยายามทำให้เกิดการทำงานร่วมกันในสถานที่หนึ่งๆ วัตถุประสงค์หลัก ก็เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรม และบรรทัดฐานขององค์กร ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นแต่อย่างใด
อย่าลืม ทำสิ่งท้าทาย ถึงความเป็นไปได้ที่ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถทำงานดีๆ มากกว่าเดิมนอกออฟฟิศได้เหมือนกัน ไม่แน่ว่า จะเกิดเรื่องประหลาดใจมากๆก็ได้ว่า พนักงานทำงานได้มากกว่าเดิมแค่ไหนกับการทำงานที่บ้านแทนทำที่ออฟฟิศใน 1 อาทิตย์
3. ปลูกฝัง Passion ของคุณให้อยู่ในตัวพวกเขาให้ได้
ถ้าผู้จัดการของบริษัททำงานแบบ Autopilot บรรดา Millennial ก็ต้องพร้อมเป็นแบบนั้นด้วยเหมือนกันสิ่งที่หัวหน้างานต้องทำก็คือ พูดถึง Passion ส่วนตัวที่เกี่ยวกับองค์กร ค้นหาวิธีการสอดแทรกสิ่งเหล่านั้น แชร์สิ่งที่มีผลกระทบโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลว่า Millennial รู้สึกกับองค์กรอย่างไร
ต้องทำให้แน่ใจว่า พนักงานระดับผู้นำ ทำหน้าที่เป็น Role Model ในการสร้างความผูกพัน ถ่ายทอด Passion ในแบบที่คุณต้องการแก่ Millennial คนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการถ่ายทอดเรื่องราว เป็นการก่อร่างสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งในที่สุด
ต้องคิดถึงเรื่องการถามตรงๆ ในการประชุมด้วย เช่น “นิด คุณเคยบอกผมว่า งานนี้สำคัญต่อการเติบโตของบริษัทอย่างไร ช่วยแชร์ความคิดให้ทีมได้ฟังหน่อยได้ไหมครับ” ต้องตระหนักเสมอว่า ถ้าคนระดับผู้นำไม่พูดคำพูดแบบนี้แล้ว พนักงานใหม่ๆ ก็ไม่มีทางรู้รายละเอียดแน่นอน
ความพิเศษของการนำเคล็ดลับทั้งหมดนี้ไปใช้ ช่วยให้ Millennial มีส่วนร่วม ประโยชน์ที่เพิ่มเติมคือ ทำให้ทุกๆ Generations รู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กรเหมือนกัน
จดจำถึงเคล็ดลับทั้ง 3 เรื่องไว้ตลอดเวลา จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงและความผูกพันกับทีมงานต่าง Generations ทำให้ Talent Pool ขยับขยาย ช่วยสร้างอนาคตที่ดีแก่บริษัทในระยะยาวต่อไป
ที่มา Eyewitness News