ขยับตัวจาก Local Brand สู่ Regional Brand
อย่างที่บอกว่า วอริกซ์ ไม่ได้คว้าแค่สิทธิ์ในการผลิตชุดเเข่งขันของทีมชาติไทยเท่านั้น แต่บรรดาสโมสรฟุตบอลในประเทศกว่า 17 สโมสรก็เป็นตลาดของวอริกซ์เช่นกัน
ส่วนความสำเร็จในต่างประเทศก็สามารถคว้าสิทธิ์ผลิตชุดทีมชาติเมียนมาด้วยระยะเวลา 6 ปี 2 เดือน หรือแม้แต่ประเทศลาวอย่างสโมสร Lao Toyota F.C. รวมถึงในประเทศมาเลเซียก็ได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นที่ตลาดฟุตซอลเป็นหลัก
นอกจากนี้วอริกซ์ยังขยับตัวออกไปสู่ตลาดในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดกีฬาของโลกอย่างประเทศญี่ปุ่น ได้งานสโมสรฟุตซอลระดับท็อปอย่าง Bardral Urayasu (บาร์ดราล อูรายาสึ) เป็นการขยายสินค้า ยกระดับไปสู่ระดับเอเชียอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่องทางขาย หัวใจการเติบโต
การขยายตัวช่องทางการจัดจำหน่ายของวอริกซ์ในช่วงที่ผ่านมาทำให้มีหน้าร้านมากกว่า 400 ร้าน ทั้งในและต่างประเทศ มีรูปแบบของรีเทลเกิดขึ้นมากมายสร้างเป็นโมเดลการขายรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถบุกตลาดได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Project ที่ขายงานในลักษณะของการสั่งทำ เช่น เสื้องานวิ่ง หรือแม้แต่การตั้งทีมเพื่อสำรวจตลาดและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมการประมูลสิทธิ์ทั้งในระดับทีมชาติ และทีมสโมสร
ส่วนการตั้ง Distribution Centers ในตอนนี้ก็ครอบคลุมประเทศในอาเซียนทั้งสิงคโปร์ เมียนมา มาเลเซีย และยังคงมองหาศูนย์การะจายสินค้าในประเทศอื่นๆ อีกอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าตอนนี้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศยังไม่ได้สูงมาก แต่ด้วยการวางรากฐานของแบรนด์ทั้งในมุมของการสร้างการรับรู้และ Engagement ไปพร้อมๆ กัน ตัวเลขยอดขายจากต่างประเทศก็คงจะขยับขึ้นได้ไม่ยาก
ไฮไลท์สำคัญของช่องทางจัดจำหน่ายน่าจะอยู่ที่ช่องทางออนไลน์ที่สร้างการเติบโตให้กับวอริกซ์ได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีการขยับงบการตลาดสำหรับช่องทางออนไลน์ขึ้นมาเป็นแกนหลัก เนื่องจากได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งช่องทางของแบรนด์เองรวมถึงช่องทาง e-Commerce ต่างๆ