ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการจัดหางานเผยว่า[1] ช่วงอายุที่มีผู้ว่างงานมากที่สุด คือ 20-24 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ว่างงานคือแรงงานกลุ่มที่เพิ่งจบการศึกษา โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา สะท้อนให้เห็นว่าผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่ยังขาดคุณสมบัติตามที่ตลาดแรงงานต้องการ ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าเยาวชนไทยจะมีทักษะที่พร้อมเสริมประสิทธิภาพในการทำงานยุคดิจิทัลได้ นอกจากโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรไม่แสวงผลกำไรในการจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมพร้อมเยาวชนไทยด้วยการฝึกอบรมให้มีทักษะด้านดิจิทัล โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะการแก้ไขปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี ดังต่อไปนี้
กิจกรรม Hour of Code เป็นหนึ่งในหลากหลายโครงการของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนพันธกิจหลักของบริษัทฯ ในการนำประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุค ‘ประเทศไทย 4.0’ อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการพัฒนาและส่งเสริมทักษะและความรู้ด้านดิจิทัล เป็นแคมเปญที่ไมโครซอฟท์จัดขึ้นทุกปี ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายเยาวชนให้หันมาสนใจเรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และเตรียมตัวให้พร้อมกับโลกยุคดิจิทัล สำหรับประเทศไทย กิจกรรม Hour of Code Thailand เมื่อเดือนธันวาคม 2561 นับเป็นการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 มีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 5,000 คน ทั้งนักเรียน คุณครู ผู้ฝึกอบรมในโรงเรียน และผู้พิการจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรต่างๆ ที่มีความสนใจเรียนรู้ทักษะการเขียนโค้ด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาบุคลากรคุณภาพอันแข็งแกร่งของประเทศในอนาคต
การแข่งขัน “Smart Living with Micro:bit” ภายใต้แนวคิด Smart Living ด้วยความร่วมมือกับบริษัท สิริ เวนเจอร์ส เป็นโครงการที่เปิดรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับอาชีวศึกษา ให้เข้ามาสร้างสรรค์แนวคิดที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนาโครงการด้วยการเขียนโค้ดสำหรับอุปกรณ์แผงวงจร micro:bit เพื่อสนับสนุนเยาวชนไทยหันมาสนใจเรียนรู้และประกอบอาชีพในสาขาวิชาสะเต็มศึกษามากขึ้น และเตรียมพร้อมสู่ความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นโครงการที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาให้เยาวชนปรับใช้ MakeCode: Micro:bit มาต่อยอดเขียนโค้ดของตนเองได้
การแข่งขัน ไมโครซอฟท์ อิมเมจิ้นคัพ เป็นโครงการทีเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาในประเทศไทย ได้คิดค้นโซลูชั่นประเภทคลาวด์เพื่อใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดียิ่งขึ้น สนับสนุนผู้เข้าแข่งขันด้วยการเพิ่มโอกาสในการเสริมสร้างทักษะด้านการพัฒนาคลาวด์ให้กับนักเรียนและนักศึกษา และให้ผู้เข้าแข่งขันนำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์และโครงงาน เพื่อลุ้นโอกาสในการชนะรางวัลเงินสด เครดิต Azure และยังได้รับคำแนะนำที่ช่วยยกระดับแนวคิดของพวกเขาไปอีกขั้นด้วย สำหรับประเทศไทย ได้จัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 แล้ว และล่าสุดทีม BeeConnex จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศได้เข้ารับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา
โครงการ Thailand Innovative Teacher เวทีนำเสนอผลงานวิชาการที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสอนสำหรับคุณครูไทย ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา โดยในปี 2562 นี้ นับเป็นการจัดอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 15 มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ครูไทยนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอน พร้อมทั้งพัฒนาผลงานของตัวเอง เพื่อให้มีประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทยมากยิ่งขึ้น โดยไมโครซอฟท์เข้ามาสนับสนุนด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งในแต่ละปีมีครูผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 500 คน โดยในปีนี้ผู้ชนะเลิศระดับประเทศจะได้มีโอกาสคัดเลือกเข้าร่วมการประชุมครูและผู้บริหารทางการศึกษาทั่วโลก “Microsoft Partners in Learning Global Forum” อีกด้วย